[Special SF] ,,, Simply Emotion + [Pics] Summer Dream Strap(?).. .
posted on 10 Oct 2009 12:48 by lich2601
อัพจับฉ่ายนะคะ =w=
ข้างบนเป็นแฟนฟิกน้องปุณณ์ - น้องโน่ ..
เลื่อนลงไปข้างล่างเป็นไดอารี่รั่วๆของเราค่ะ 55+
ชี้แจงค่ะ :
เนื้อเรื่องตอนนี้เราเขียนขึ้นเพื่อเป็นฟิกชั่นให้กับนิยายบอยส์เลิฟเรื่อง ..
‘LOVE SICK: ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน’
ซึ่งเนื้อหาในตอนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเลิฟซิกนะคะ...
ขอสงวนสิทธิ์ห้ามนำออกจากบล็อกนี้นะคะ...
ปล. เราเอามาลงนี่ได้รับการตอบกลับจากพี่เห็ดแล้วนะคะ :]
+++ บับว่ามันสั้น ไม่ค่อยต่อเนื่องและไม่ค่อยมีสาระ .. เกิดจากอาการจิ้นเหตุการณ์ในเรื่องไปล่วงหน้า 55+
เราไม่เคยแต่งนิยายแนวนี้ .. ภาษาก็ไม่สวยไม่ลื่นเหมือนอย่างพี่เห็ดแต่งด้วย ..
แถมเรายังเขียนไปเรื่อยแบบไม่มีจุดมุ่งหมายอีกต่างหาก ..
เพราะงั้นมีอะไรขัดใจก็เม้นท์ว่ากันมาได้เลยเต็มที่เลยเน้คะ :]
Simply Emotion*
A LOVE SICK’s FanSide Fiction By Lich2601
Credit to LOVE SICK.
Original Characters by P’HED (INDRYTIMES)
.
.
.
กว่าชั่วโมงแล้ว...
ที่ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไปกับการเฝ้ามองอีกมุมหนึ่งของปุณณ์ ภูมิพัฒน์อย่างเงียบ ๆ ...
ใช่แล้วครับ...
ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในห้องสภาฯ และกำลังนั่งหง่าวรอคุณชายปุณณ์เคลียร์เอกสารตามที่ไอ้ประธานฟี่ได้มอบหมายไว้ให้...
“...ปุณณ์...”
ผมส่งเสียงงึมงำเรียกมันอยู่ในลำคอ...
เลขาสภาฯ เจ้าของชื่อที่กำลังหัวหมุนกับกองเอกสารบนโต๊ะค่อย ๆ เงยหัวกลม ๆ ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำที่เริ่มจะยาวขึ้นทุกทีช้อนสายตาขึ้นมามองผมที่นั่งเท้าคางอยู่ตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างสงสัย...
“...ว่าไงครับโน่...?”
ปุณณ์ถาม...มือก็ยังจับปากกาขีดเขียนบนกระดาษแผ่นบนสุดของตั้งสูง ๆ อยู่อย่างนั้น...
ผมทอดสายตามองมันด้วยอารมณ์บอกไม่ถูก...กว่าจะรู้สึกตัวก็เผลอถอนลมหายใจเสียงดังออกมาเสียแล้ว...
ผมเห็นปุณณ์นิ่งไปนิดหนึ่ง...
ก่อนที่มันจะยืดกายเอนหลังทาบไปกับพนักเก้าอี้แล้วเงยหน้าขึ้นมองจ้องผมอย่างสนใจ...
เรียวคิ้วเข้ม ๆ นั้นเลิกขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไรหรือเปล่า...
“...เหนื่อยปะ...?”
ถามมันเสียงเรียบ...
ปุณณ์เองก็คงพอจับความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่ในนั้นออก...ถึงได้กระตุกยิ้มแบบนี้...
ผมเพิ่งจะได้รู้จากปากน้องแม็กเมื่อครู่นี่เองว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานสัมมนาวิชาการอะไรสักอย่างที่โรงเรียน...
เป็นเหตุให้ทุกคนในสภาฯ รวมถึงปุณณ์...ต้องวิ่งวุ่นเตรียมเอกสารจนหัวปั่นล่วงหน้ากันมาหลายวันแล้ว...
และมันก็เป็นสาเหตุทำให้เวลาที่ผมกับมันจะได้อยู่ด้วยกันในแต่ละวันพลอยลดลงไปด้วย...
“...เรื่องอะไรล่ะครับ...?”
มันไม่ตอบแต่ดันย้อนถามกลับยิ้ม ๆ ...
ริมฝีปากบาง ๆ สีอมส้มของมันยังคงวาดโค้งเป็นรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้าได้รูปที่แม้ว่าตอนนี้ออกจะซีดเซียวไปบ้างด้วยเพราะเหนื่อยและเพลียก็ตามที...
“...ก็...ทุกเรื่องอะ...”
ผมตอบมันเสียงเบา...
ในใจก็นึกด่าตัวเองอยู่เหมือนกันหรอก...ที่ผมมันไม่สามารถพอจะช่วยปุณณ์สะสางเจ้าเอกสารกองโตนั่นให้เสร็จ ๆ ไปโดยเร็วได้...
“...ถ้าเรื่องงานสภาฯ...มันก็เหนื่อยเป็นธรรมดาแหละโน่...แต่ถ้ากูไม่ทำคนนึง...ไอ้ฟี่ก็จะลำบากใช่ปะ...
แล้วจะใช้ให้น้อง ๆ ทำอย่างเดียวมันก็คงจะดูไม่ดีอีก...อีกอย่างมันก็เป็นหน้าที่...
แต่จริง ๆ เรื่องแค่นี้กูก็ว่ามันไม่หนักหนาอะไรเท่าไหร่หรอก...”
มันตอบซะยาวเหยียด...แต่ไม่รู้ทำไมพอท้าย ๆ ประโยคก็เสือกหรี่ตามามองแปลก ๆ นี่สิ...
“...อะไร...”
ผมหลุดออกไปเสียงแผ่ว...ได้ยินมันกลั้วหัวเราะอยู่ในลำคอ...
ยิ่งตามันหรี่เล็กลงทุกที...ยิ่งดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจ...
“...ก็...หึ...”
อ่าว...เชี่ยนี่มีกวนกูอีก...
“...โห...ดูทำหน้า...แค่จะบอกว่าเป็นแฟนโน่งานหนักกว่านี้อีก...ยังไม่เห็นเหนื่อยเลย...”
มันพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแค่นั้นก็หันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไม่เงยหน้าขึ้นมามองอีกเลย...
ทิ้งผมให้รู้สึกร้อน ๆ บนผิวหน้ายังไงชอบกล...ทั้งที่แอร์ในห้องสภาฯ มันก็เย็นดี...
เอ...หรือว่าผมจะเขินมันวะ...?
=////////////=
..
..
..
“...ตื่นเหอะโน่...กลับบ้านกัน...”
ได้ยินเสียงนุ่ม ๆ ที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกอยู่แว่ว ๆ ก็ทำให้ผมรู้ตัวว่าเผลองีบหลับไป...
ผมขยี้ตาพลางหาวใส่ไอ้เลขาสภาฯ ที่ดันมายืนจ้องหน้าอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่ได้...
แต่ลูกกะตามันที่มองมานี่สิอย่างฮา...ก็เสือกโหลยังกับคนอดนอนมาเป็นอาทิตย์ ๆ ...
“...มองเชี่ยไรนักหนา...งานเสร็จแล้วเหรอ...แล้วนี่กี่โมงอะ...?”
ด่ามันแก้เขิน...ก่อนจะรีบแถเปลี่ยนเรื่องเมื่อดันชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นแต่ความมืดแล้ว...
“...ก็เสร็จส่วนของกูแหละ...ส่วนตอนนี้ก็สองทุ่มครึ่งอะ...ดึกแล้ว...ไปค้างบ้านกูละกันนะ...”
ผมหันขวับทันทีที่สิ้นเสียงมัน...
อ้าปากกำลังจะโวย...แต่ไอ้ตัวดีเสือกยิ้มระรื่นตอบกลับมาเฉย...
“...โทรบอกที่บ้านโน่ให้แล้ว...”
โหไอ้เชี่ย...ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะไวเชียว...ผมแอบด่ามันในใจ...
มองไปก็เห็นมันยักคิ้วยกไหล่ทำหน้ากวน...
ก่อนจะคว้าสัมภาระทั้งหมดทั้งมวลแล้วฉวยมือของผมติดมา...พร้อมล็อคห้องสภาฯ ที่ร้างผู้คนเสร็จสรรพในเวลาอันรวดเร็ว...
“...ไมทำหน้างั้นล่ะ...ไม่ดีเหรอโน่ ?...กูแค่เห็นว่า...พักนี้เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเลย...”
มันทำเสียงอ่อนตาละห้อยใส่เสียจนผมเกือบจะเคลิ้มตามแล้วเชียว...ถ้าไม่ติดว่า...
“...กลัวโน่จะน้อยใจอะ...”
สาดดดดนี่...ใครบอกกูน้อยใจ...แค่โหวง ๆ แปลก ๆ แค่นั้นเอง...
ผมฝากรอยรักไว้แผ่นหลังมันบั้กใหญ่เป็นของตอบแทน...
ไม่กล้าตบหัวเพราะแอบกลัวว่ามันจะเอาคืน... (เหอ ๆ)
“...เอาน่า...กลับบ้านกันนะ...ทองหล่อครับพี่...”
ผมกะพริบตาปริบ...
ก็เมื่อกี้ยังยืนเถียงมันอยู่ในใจ...แล้วไหงตอนนี้กูถึงมานั่งอยู่บนแท็กซี่ตามแรงลากของมันได้วะ...?
ผมคงเผลอทำหน้าอึน ๆ มึน ๆ ออกไปแหง ๆ เพราะแอบเห็นเชี่ยปุณณ์มันกลั้นขำจนปวดแก้ม...
“...รีบกลับไปนอนไงโน่...”
เชี่ยนี่...เผด็จการจริง...
แต่เอาเหอะ...จะยอมให้สักวัน...
ก็นะ...ไหน ๆ พี่แท็กซี่เขาก็ขับออกมาแล้ว...จะทำขัดขืนไปคงใช่ที่...
ผมจะทำอะไรได้...นอกจากยอมเออออไปกับมันใช่ไหมล่ะครับ...?
..
..
..
“...เฮ้ยปุณณ์...ไปอาบน้ำดิ...”
ผมพูดไล่...ใจนึงเพราะห่วงมันแหละ...อยากให้ได้นอนพักแต่หัวค่ำบ้าง...
แต่อีกใจก็นึกห่วงสวัสดิภาพของตัวเองด้วย...
ก็จะอะไรเสียอีก...
อยู่ ๆ ก็เสือกมีมือไอ้เชี่ยที่ไหนไม่รู้ที่มันโผล่เข้ามาอยู่ใต้เสื้อนักเรียนผมทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง...
“...ปุณณ์...ไม่เอา...กูไม่เล่นนะ...”
ผมบอกมันเสียงสั่น...เจ้าของชื่อเลื่อนใบหน้าขึ้นสบตากับผมแล้วพูดยิ้ม ๆ …
“...กูก็ไม่ได้เล่นนี่...”
“...ห่านี่...พรุ่งนี้ต้องไปเรียนนะเว้ย...”
ผมแย้ง...แต่มันก็ไม่สะทกเลยสักนิด...
ใบหน้าขาว ๆ ของไอ้คนที่ผมเรียกว่าแฟนเลื่อนลงมาซบนิ่งตรงซอกคอแล้วแนบริมฝีปากไล้ไปมาแผ่วเบา...
“...ผมคิดถึงโน่...”
มันพูดเสียงอ้อน...ดวงตาฉายแววคาดหวังยังกับเด็กน้อยมองแม่เพราะอยากได้ของเล่นยังไงยังงั้น...
“...เอ่อ...”
“...ไม่ได้เหรอครับโน่...?”
ริมฝีปากอุ่น ๆ ไล้มาอยู่แถว ๆ ไหปลาร้า...ขณะที่มือของมันก็จัดการปลดกระดุมของผมออกจนหมดสิ้น...
“...อยากกอดโน่จัง...”
ปุณณ์มองสบสายตาของผมด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย...
มันทาบริมฝีปากลงบนเนินหน้าผาก...อ่อนโยนจนใจผมแทบอ่อนยวบ...
ก่อนจะเลื่อนลงแนบสนิทกับปากผมเพื่อปิดกั้นบทสนทนาทั้งหลาย...
“...เอาแต่ใจ...”
ผมมองหน้า...แล้วว่ามัน...
“...นอนกอดกันนะ...”
แต่ไม่รู้ทำไม...ผมถึงหุบยิ้มกับความเผด็จการของปุณณ์ไม่ได้สักที...
..
..
..
“...โอย...เมื่อยจังวะ...”
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกทั้งเมื่อยทั้งปวดแปลบที่ต้นแขน...
พอจะลองยกทดสอบดูก็เสือกเหมือนกับมีอะไรหนัก ๆ มาทับอยู่...
ผมกะพริบตาให้พอเคยชินกับความมืด...ก่อนไล่สายตาไปตามรยางค์ของตัวเอง...
แล้วก็ไม่แปลกใจเลย...
ก็ไอ้ที่มันทำให้ผมทั้งหนัก...ทั้งเมื่อย...ทั้งปวดเพราะเป็นเหน็บชานั่นมันคือหัวกลม ๆ ของไอ้ปุณณ์นี่เอง...
“...นอนดี ๆ ก็ไม่ได้นะไอ้เวรนี่...ทำกูเจ็บไปทั้งตัวแล้วยังต้องลำบากแขนกูเป็นหมอนให้มึงอีก...”
ทำอะไรไม่ได้ก็ลงที่มันครับ...
ถึงมันจะหลับอยู่แต่ผมก็ถือว่าได้ด่าต่อหน้ามันแล้ว เหอ ๆ ...
“...ได้ยินเหอะโน่...เดี๋ยวจะโดน...”
อ่าวเหี้ย...ตื่นอยู่ก็ไม่บอกอะ...
ผมขมุบขมิบปากจะด่ามันอีกรอบ...ทว่าไอ้ตัวดีกลับยัดนิ้วของมันมาอุดปากผมไว้เต็ม ๆ ทั้งที่ยังคงหลับตา...
“...บ่นอะไร...นอนดิ...เดี๋ยวเช้าไม่ตื่นแล้วก็พาลกูอีกอะ...”
พูดจบก็ใช้แรงควายรั้งผมจนเซถลาแถด ๆ เข้าไปซุกอยู่กับอกของมัน...
“...หนาวเหรอโน่...ขนลุกเลย...หึหึ...”
โอ๊ย...ผมล่ะเกลียดเสียงหัวเราะของมันจริง ๆ ...
ผมดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดมันเป็นการประท้วง...แต่กลับถูกเจ้าของอ้อมกอดรัดร่างให้แน่นขึ้นอีก...
“...โอ๋ ๆ ไม่แกล้งแล้ว...กูหลับแล้วจริง ๆ ...ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับโน่...”
มันพูดยิ้ม ๆ ขณะที่ก้มลงแนบปากเข้ากับหัวเหม่ง ๆ ของผม...
“...กูดีใจที่ได้กอดมึงไว้แบบนี้นะโน่...”
ผมเงียบไป...จนกระทั่งได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ทอดเป็นจังหวะของคนข้างกาย...
ปุณณ์หลับไปแล้ว...
แต่ผมยังคงเปิดตาจ้องมองใบหน้ายามสิ้นฤทธิ์ของมันอยู่อย่างนั้น...
ลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศพัดลอยมากระทบผิวกายให้สะท้านเยือกจนต้องเบียดร่างซุกตัวหาไออุ่น...
หมอนข้างมีชีวิตที่ผมกอดก่ายอยู่เหมือนจะรู้ว่าผมหนาวถึงได้ขยับตัวเข้าหา...
เจ้าของอ้อมแขนที่โอบกอดผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก...
ค่อยเลื่อนฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นลูบหัวผมแผ่วเบาคล้ายจะกล่อมให้เข้าสู่นิทรา...
รอยยิ้มบางเบาค่อย ๆ จุดระบายบนใบหน้าของผม...
คืนนี้...ผมคงฝันดี...
.
.
.
ไม่รู้เหมือนกันว่าเผลอหลับไปอีกครั้งตอนไหน...
แต่จะว่าไป...
อากาศคืนนี้...มันก็อุ่นดีเหมือนกันนะครับ :]
.
.
.
ENDING.
จิ้มพี่เห็ดค่ะ อิอิ :]
v
v
v


ติได้เลยเต็มที่ค่ะ ..
อยากโดนน้องปุณณ์กอดมั่งจัง
(
คราวหน้าเอาอีกนะ แต่งอีก ๆ
#1 By HED (124.122.220.93) on 2009-10-10 18:42