อัพจับฉ่ายนะคะ =w= 

ข้างบนเป็นแฟนฟิกน้องปุณณ์ - น้องโน่ .. 

 

เลื่อนลงไปข้างล่างเป็นไดอารี่รั่วๆของเราค่ะ 55+

 

 

 

 

 

 

ชี้แจงค่ะ

 

เนื้อเรื่องตอนนี้เราเขียนขึ้นเพื่อเป็นฟิกชั่นให้กับนิยายบอยส์เลิฟเรื่อง ..

‘LOVE SICK: ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน

ซึ่งเนื้อหาในตอนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเลิฟซิกนะคะ...

 

ขอสงวนสิทธิ์ห้ามนำออกจากบล็อกนี้นะคะ...

 

ปล. เราเอามาลงนี่ได้รับการตอบกลับจากพี่เห็ดแล้วนะคะ :]

 

 

 

 

+++ บับว่ามันสั้น ไม่ค่อยต่อเนื่องและไม่ค่อยมีสาระ .. เกิดจากอาการจิ้นเหตุการณ์ในเรื่องไปล่วงหน้า 55+

เราไม่เคยแต่งนิยายแนวนี้ .. ภาษาก็ไม่สวยไม่ลื่นเหมือนอย่างพี่เห็ดแต่งด้วย ..

แถมเรายังเขียนไปเรื่อยแบบไม่มีจุดมุ่งหมายอีกต่างหาก ..

เพราะงั้นมีอะไรขัดใจก็เม้นท์ว่ากันมาได้เลยเต็มที่เลยเน้คะ :]

 

 

 

 

Simply Emotion*

A LOVE SICK’s FanSide Fiction By Lich2601

Credit to LOVE SICK.

Original Characters by P’HED (INDRYTIMES)

 

 

 

 

.

.

.

 

 

กว่าชั่วโมงแล้ว...

ที่ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไปกับการเฝ้ามองอีกมุมหนึ่งของปุณณ์ ภูมิพัฒน์อย่างเงียบ ๆ ...

 

ใช่แล้วครับ...

ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในห้องสภาฯ และกำลังนั่งหง่าวรอคุณชายปุณณ์เคลียร์เอกสารตามที่ไอ้ประธานฟี่ได้มอบหมายไว้ให้...

 

 “...ปุณณ์...”

 

ผมส่งเสียงงึมงำเรียกมันอยู่ในลำคอ...

เลขาสภาฯ เจ้าของชื่อที่กำลังหัวหมุนกับกองเอกสารบนโต๊ะค่อย ๆ เงยหัวกลม ๆ ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำที่เริ่มจะยาวขึ้นทุกทีช้อนสายตาขึ้นมามองผมที่นั่งเท้าคางอยู่ตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างสงสัย...

 

“...ว่าไงครับโน่...?”  

 

ปุณณ์ถาม...มือก็ยังจับปากกาขีดเขียนบนกระดาษแผ่นบนสุดของตั้งสูง ๆ อยู่อย่างนั้น...

ผมทอดสายตามองมันด้วยอารมณ์บอกไม่ถูก...กว่าจะรู้สึกตัวก็เผลอถอนลมหายใจเสียงดังออกมาเสียแล้ว...

 

ผมเห็นปุณณ์นิ่งไปนิดหนึ่ง...

ก่อนที่มันจะยืดกายเอนหลังทาบไปกับพนักเก้าอี้แล้วเงยหน้าขึ้นมองจ้องผมอย่างสนใจ...

เรียวคิ้วเข้ม ๆ นั้นเลิกขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไรหรือเปล่า...

 

“...เหนื่อยปะ...?”

 

ถามมันเสียงเรียบ...

ปุณณ์เองก็คงพอจับความรู้สึกบางอย่างที่แฝงอยู่ในนั้นออก...ถึงได้กระตุกยิ้มแบบนี้...

 

ผมเพิ่งจะได้รู้จากปากน้องแม็กเมื่อครู่นี่เองว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานสัมมนาวิชาการอะไรสักอย่างที่โรงเรียน...

เป็นเหตุให้ทุกคนในสภาฯ รวมถึงปุณณ์...ต้องวิ่งวุ่นเตรียมเอกสารจนหัวปั่นล่วงหน้ากันมาหลายวันแล้ว...

 

และมันก็เป็นสาเหตุทำให้เวลาที่ผมกับมันจะได้อยู่ด้วยกันในแต่ละวันพลอยลดลงไปด้วย...

 

“...เรื่องอะไรล่ะครับ...?”

 

มันไม่ตอบแต่ดันย้อนถามกลับยิ้ม ๆ ...

ริมฝีปากบาง ๆ สีอมส้มของมันยังคงวาดโค้งเป็นรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้าได้รูปที่แม้ว่าตอนนี้ออกจะซีดเซียวไปบ้างด้วยเพราะเหนื่อยและเพลียก็ตามที...

 

“...ก็...ทุกเรื่องอะ...”

 

ผมตอบมันเสียงเบา...

ในใจก็นึกด่าตัวเองอยู่เหมือนกันหรอก...ที่ผมมันไม่สามารถพอจะช่วยปุณณ์สะสางเจ้าเอกสารกองโตนั่นให้เสร็จ ๆ ไปโดยเร็วได้...

 

“...ถ้าเรื่องงานสภาฯ...มันก็เหนื่อยเป็นธรรมดาแหละโน่...แต่ถ้ากูไม่ทำคนนึง...ไอ้ฟี่ก็จะลำบากใช่ปะ...

แล้วจะใช้ให้น้อง ๆ ทำอย่างเดียวมันก็คงจะดูไม่ดีอีก...อีกอย่างมันก็เป็นหน้าที่...

แต่จริง ๆ เรื่องแค่นี้กูก็ว่ามันไม่หนักหนาอะไรเท่าไหร่หรอก...”

 

มันตอบซะยาวเหยียด...แต่ไม่รู้ทำไมพอท้าย ๆ ประโยคก็เสือกหรี่ตามามองแปลก ๆ นี่สิ...

 

“...อะไร...”

 

ผมหลุดออกไปเสียงแผ่ว...ได้ยินมันกลั้วหัวเราะอยู่ในลำคอ...

ยิ่งตามันหรี่เล็กลงทุกที...ยิ่งดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจ...

 

“...ก็...หึ...”

 

อ่าว...เชี่ยนี่มีกวนกูอีก...

 

“...โห...ดูทำหน้า...แค่จะบอกว่าเป็นแฟนโน่งานหนักกว่านี้อีก...ยังไม่เห็นเหนื่อยเลย...”

 

มันพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแค่นั้นก็หันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไม่เงยหน้าขึ้นมามองอีกเลย...

ทิ้งผมให้รู้สึกร้อน ๆ บนผิวหน้ายังไงชอบกล...ทั้งที่แอร์ในห้องสภาฯ มันก็เย็นดี...

 

เอ...หรือว่าผมจะเขินมันวะ...?

=////////////=

 

 

..

..

..

 

 

“...ตื่นเหอะโน่...กลับบ้านกัน...”

 

ได้ยินเสียงนุ่ม ๆ ที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกอยู่แว่ว ๆ ก็ทำให้ผมรู้ตัวว่าเผลองีบหลับไป...

ผมขยี้ตาพลางหาวใส่ไอ้เลขาสภาฯ ที่ดันมายืนจ้องหน้าอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่ได้...

แต่ลูกกะตามันที่มองมานี่สิอย่างฮา...ก็เสือกโหลยังกับคนอดนอนมาเป็นอาทิตย์ ๆ ...

 

“...มองเชี่ยไรนักหนา...งานเสร็จแล้วเหรอ...แล้วนี่กี่โมงอะ...?”

 

ด่ามันแก้เขิน...ก่อนจะรีบแถเปลี่ยนเรื่องเมื่อดันชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นแต่ความมืดแล้ว...

 

“...ก็เสร็จส่วนของกูแหละ...ส่วนตอนนี้ก็สองทุ่มครึ่งอะ...ดึกแล้ว...ไปค้างบ้านกูละกันนะ...”

 

ผมหันขวับทันทีที่สิ้นเสียงมัน...

อ้าปากกำลังจะโวย...แต่ไอ้ตัวดีเสือกยิ้มระรื่นตอบกลับมาเฉย...

 

“...โทรบอกที่บ้านโน่ให้แล้ว...”

 

โหไอ้เชี่ย...ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะไวเชียว...ผมแอบด่ามันในใจ...

 

มองไปก็เห็นมันยักคิ้วยกไหล่ทำหน้ากวน...

ก่อนจะคว้าสัมภาระทั้งหมดทั้งมวลแล้วฉวยมือของผมติดมา...พร้อมล็อคห้องสภาฯ ที่ร้างผู้คนเสร็จสรรพในเวลาอันรวดเร็ว...

 

“...ไมทำหน้างั้นล่ะ...ไม่ดีเหรอโน่ ?...กูแค่เห็นว่า...พักนี้เราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเลย...”

 

มันทำเสียงอ่อนตาละห้อยใส่เสียจนผมเกือบจะเคลิ้มตามแล้วเชียว...ถ้าไม่ติดว่า...

 

“...กลัวโน่จะน้อยใจอะ...”

 

สาดดดดนี่...ใครบอกกูน้อยใจ...แค่โหวง ๆ แปลก ๆ แค่นั้นเอง...

 

ผมฝากรอยรักไว้แผ่นหลังมันบั้กใหญ่เป็นของตอบแทน...

ไม่กล้าตบหัวเพราะแอบกลัวว่ามันจะเอาคืน... (เหอ ๆ)

 

“...เอาน่า...กลับบ้านกันนะ...ทองหล่อครับพี่...”

 

ผมกะพริบตาปริบ...

ก็เมื่อกี้ยังยืนเถียงมันอยู่ในใจ...แล้วไหงตอนนี้กูถึงมานั่งอยู่บนแท็กซี่ตามแรงลากของมันได้วะ...?

ผมคงเผลอทำหน้าอึน ๆ มึน ๆ ออกไปแหง ๆ เพราะแอบเห็นเชี่ยปุณณ์มันกลั้นขำจนปวดแก้ม...

 

“...รีบกลับไปนอนไงโน่...”

 

เชี่ยนี่...เผด็จการจริง...

 

แต่เอาเหอะ...จะยอมให้สักวัน...

ก็นะ...ไหน ๆ พี่แท็กซี่เขาก็ขับออกมาแล้ว...จะทำขัดขืนไปคงใช่ที่...

ผมจะทำอะไรได้...นอกจากยอมเออออไปกับมันใช่ไหมล่ะครับ...?

 

 

..

..

..

 

 

“...เฮ้ยปุณณ์...ไปอาบน้ำดิ...”

 

ผมพูดไล่...ใจนึงเพราะห่วงมันแหละ...อยากให้ได้นอนพักแต่หัวค่ำบ้าง...

แต่อีกใจก็นึกห่วงสวัสดิภาพของตัวเองด้วย...

 

ก็จะอะไรเสียอีก...

อยู่ ๆ ก็เสือกมีมือไอ้เชี่ยที่ไหนไม่รู้ที่มันโผล่เข้ามาอยู่ใต้เสื้อนักเรียนผมทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง...

 

“...ปุณณ์...ไม่เอา...กูไม่เล่นนะ...”

 

ผมบอกมันเสียงสั่น...เจ้าของชื่อเลื่อนใบหน้าขึ้นสบตากับผมแล้วพูดยิ้ม ๆ

 

“...กูก็ไม่ได้เล่นนี่...”

 

“...ห่านี่...พรุ่งนี้ต้องไปเรียนนะเว้ย...”

 

ผมแย้ง...แต่มันก็ไม่สะทกเลยสักนิด...

ใบหน้าขาว ๆ ของไอ้คนที่ผมเรียกว่าแฟนเลื่อนลงมาซบนิ่งตรงซอกคอแล้วแนบริมฝีปากไล้ไปมาแผ่วเบา...

 

“...ผมคิดถึงโน่...”

 

มันพูดเสียงอ้อน...ดวงตาฉายแววคาดหวังยังกับเด็กน้อยมองแม่เพราะอยากได้ของเล่นยังไงยังงั้น...

 

“...เอ่อ...”

 

“...ไม่ได้เหรอครับโน่...?”

 

ริมฝีปากอุ่น ๆ ไล้มาอยู่แถว ๆ ไหปลาร้า...ขณะที่มือของมันก็จัดการปลดกระดุมของผมออกจนหมดสิ้น...

 

“...อยากกอดโน่จัง...”

 

ปุณณ์มองสบสายตาของผมด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย...

มันทาบริมฝีปากลงบนเนินหน้าผาก...อ่อนโยนจนใจผมแทบอ่อนยวบ...

ก่อนจะเลื่อนลงแนบสนิทกับปากผมเพื่อปิดกั้นบทสนทนาทั้งหลาย...

 

“...เอาแต่ใจ...”

 

ผมมองหน้า...แล้วว่ามัน...

 

“...นอนกอดกันนะ...”

 

แต่ไม่รู้ทำไม...ผมถึงหุบยิ้มกับความเผด็จการของปุณณ์ไม่ได้สักที...

 

 

..

..

..

 

 

“...โอย...เมื่อยจังวะ...”

 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกทั้งเมื่อยทั้งปวดแปลบที่ต้นแขน...

พอจะลองยกทดสอบดูก็เสือกเหมือนกับมีอะไรหนัก ๆ มาทับอยู่...

 

ผมกะพริบตาให้พอเคยชินกับความมืด...ก่อนไล่สายตาไปตามรยางค์ของตัวเอง...

แล้วก็ไม่แปลกใจเลย...

ก็ไอ้ที่มันทำให้ผมทั้งหนัก...ทั้งเมื่อย...ทั้งปวดเพราะเป็นเหน็บชานั่นมันคือหัวกลม ๆ ของไอ้ปุณณ์นี่เอง...

 

“...นอนดี ๆ ก็ไม่ได้นะไอ้เวรนี่...ทำกูเจ็บไปทั้งตัวแล้วยังต้องลำบากแขนกูเป็นหมอนให้มึงอีก...”

 

ทำอะไรไม่ได้ก็ลงที่มันครับ...

ถึงมันจะหลับอยู่แต่ผมก็ถือว่าได้ด่าต่อหน้ามันแล้ว เหอ ๆ ...

 

“...ได้ยินเหอะโน่...เดี๋ยวจะโดน...”

 

อ่าวเหี้ย...ตื่นอยู่ก็ไม่บอกอะ...

ผมขมุบขมิบปากจะด่ามันอีกรอบ...ทว่าไอ้ตัวดีกลับยัดนิ้วของมันมาอุดปากผมไว้เต็ม ๆ ทั้งที่ยังคงหลับตา...

 

“...บ่นอะไร...นอนดิ...เดี๋ยวเช้าไม่ตื่นแล้วก็พาลกูอีกอะ...”

 

พูดจบก็ใช้แรงควายรั้งผมจนเซถลาแถด ๆ เข้าไปซุกอยู่กับอกของมัน...

 

“...หนาวเหรอโน่...ขนลุกเลย...หึหึ...”

 

โอ๊ย...ผมล่ะเกลียดเสียงหัวเราะของมันจริง ๆ ...

ผมดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดมันเป็นการประท้วง...แต่กลับถูกเจ้าของอ้อมกอดรัดร่างให้แน่นขึ้นอีก...

 

“...โอ๋ ๆ ไม่แกล้งแล้ว...กูหลับแล้วจริง ๆ ...ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับโน่...”

 

มันพูดยิ้ม ๆ ขณะที่ก้มลงแนบปากเข้ากับหัวเหม่ง ๆ ของผม...

 

“...กูดีใจที่ได้กอดมึงไว้แบบนี้นะโน่...”

 

ผมเงียบไป...จนกระทั่งได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ทอดเป็นจังหวะของคนข้างกาย...

 

ปุณณ์หลับไปแล้ว...

แต่ผมยังคงเปิดตาจ้องมองใบหน้ายามสิ้นฤทธิ์ของมันอยู่อย่างนั้น...

 

ลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศพัดลอยมากระทบผิวกายให้สะท้านเยือกจนต้องเบียดร่างซุกตัวหาไออุ่น...

หมอนข้างมีชีวิตที่ผมกอดก่ายอยู่เหมือนจะรู้ว่าผมหนาวถึงได้ขยับตัวเข้าหา...

 

เจ้าของอ้อมแขนที่โอบกอดผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก...

ค่อยเลื่อนฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นลูบหัวผมแผ่วเบาคล้ายจะกล่อมให้เข้าสู่นิทรา...

 

รอยยิ้มบางเบาค่อย ๆ จุดระบายบนใบหน้าของผม...

 

 

คืนนี้...ผมคงฝันดี...

 

 

.

.

.

 

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเผลอหลับไปอีกครั้งตอนไหน...

แต่จะว่าไป...

 

 

อากาศคืนนี้...มันก็อุ่นดีเหมือนกันนะครับ :]

 

 

.

.

.

 

 

ENDING.

 

 
 

 

 

 


 

 

จิ้มพี่เห็ดค่ะ อิอิ :]  

v

v

v

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หวานนนนนนนนนนน ได้อีก

อยากโดนน้องปุณณ์กอดมั่งจัง

( <<< สายตาแม่ยก)


คราวหน้าเอาอีกนะ แต่งอีก ๆ confused smile

#1 By HED (124.122.220.93) on 2009-10-10 18:42

เอิ๊กกกกกกก
น่ารักมากเลยค่ะ

เอาอีกนะ เอาอีกๆ
55555 5

#2 By momikii (124.120.109.112) on 2009-10-10 19:14

ขออนุญาตินะครับ.,

นี่คือความคิดของผมนะครับ
ไม่ได้ตั้งใจจะว่า หรือติติงอะไร
คือว่า ชักชอบให้ปุณณ์พูด "ผม" จัง
เพราะมันทำให้อารมณ์ซึ้ง เข้าถึงความเป็นปุณณ์
มันทำให้รู้สึกเหมือนปุณณ์เป็นคุณชายยังไงไม่รู้
(ไม่ใช่ว่าพูดไม่ได้ ตอนหยอกล้อไม่ว่ากัน ใช้อย่างพอเหมาะพอดี)
สำหรับผม ปุณณ์เป็นคนโรแมนติกนะ

ส่วนโน่ คำพูดคำจาเป็นไปตามคาเรกเตอร์


เป็นกำลังใจให้ครับ..
เชื่อว่าทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น
นกยังต้องมีการฝึกบิน.. ทำให้เต็มที่ครับ
งานที่ออกมาจากใจ ล้วนเป็นงานที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา :).

#3 By DemOnzz (180.183.112.127) on 2009-10-10 21:26

[เพิ่มเติมอีกนิด]

พล็อตเรื่องดีมาก ๆ เลยครับ
มาอ่านอะไรคลายเครียด ๆ
มีแรงฮึด ไปทำงานต่อเลยย

จะติดตามตอนต่อไปครับ..

#4 By DemOnzz (180.183.112.127) on 2009-10-10 21:29

^
^
ขอบคุณมากนะคะคุณ DemOnzz
ไม่ต้องกลัวเราโกรธหรอกค่ะ .. surprised smile ติได้เลยเต็มที่ค่ะ ..
เราชอบอ่านความคิดของคนอื่น อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเอาไปปรับใช้ในงานเขียนของตัวเองต่อไปได้ :]
ขอบคุณอีกทีค่ะ อิอิ

ปล. เรื่องที่ชอบให้ปุณณ์พูดแทนตัวว่า "ผม" เนี่ย .. เอาจริงๆ เราก็ชอบนะคะ .. ดูเหมือนคุณชายที่โรแมนติกจริงๆน่ะแหละค่ะ .. แต่อีกอย่างที่เราคิดคือ เหมือนว่าเค้าอยากให้ความสำคัญกับโน่ถึงได้พูดด้วยเพราะๆอ่ะค่ะ 55+
คิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้แหะ .. เพราะเวลาเอามาเปรียบกับในชีวิตจริงเนี่ย กับเพื่อนเราก็หลุดหยาบออกจะบ่อย แต่ถ้าคนที่รู้สึกพิเศษกว่า มันก็จะอีกแบบอ่ะค่ะ .. เราเข้าใจคุณ DemOnzz นะคะ ><

#5 By Drunk Whale* on 2009-10-10 21:57

หวานได้อีกกกกกก
อิ อิ

น้องปุณณ์หล่อที่สุดในโลกอะ
5 55555+

#6 By Pang (114.128.41.231) on 2009-10-10 21:58

อ๊ายยยยยยยยยยยยยยย

หวีทหวานสุด ๆ ^O^

โน่เขินปุณณ์ด้วยอ่ะ >////<

ขอบคุณที่แต่งแฟนฟิคหวาน ๆ แบบนี้มาให้อ่านนะ ^^

#8 By jaeho123 (124.122.144.89) on 2009-10-10 22:14

หวานนนนนนนนนนนนน

นายปุณณ์ อบอุ่นๆ

โน่เขิลด้วย อิอิ surprised smile

น่ารักมากเลยค่ะ cry

แล้วแต่งอีกนะคพ question

#9 By เต่อร์เตอร์ (118.172.10.0) on 2009-10-10 22:27

น่ารัก อิอิ เห็นด้วย

#10 By นัท (124.122.62.254) on 2009-10-10 22:39

เขียนได้โรแมนซ์มากๆครับ

อ่านแล้ว รู้สึกอบอุ่น^^

#11 By hugs (125.25.110.105) on 2009-10-11 12:22

หวานมากกกกก

กรี๊ดเลยค่ะ

ชอบจริงๆ

#12 By TM (118.174.1.103) on 2009-10-11 14:04

ปุณณ์โน่หวาน

สรุปคืนนั้นปุณณ์กอดโน่ แบบไหน
แบบนอนกอดเฉยๆ หรือ ... อ๊าง ไม่อยากคิด หึหึ!

อย่าลืมเเต่งอีกน๊า เจ๊เห็ดอนุญาตเปล่านี่?

#13 By YJ-love (125.25.247.233) on 2009-10-11 14:24

อ้ากกกกก

ชอบอ่ะ!!!!!



ปุณณ์ได้อีกไหม =w=

ชอบค๊า! ชอบที่ปุณณ์หื่นๆ ก้ากกก

โน่น่ารักฟ่ะ อยากกดโน่แทนปุณณ์อยู่แว้วว ก้ากกๆๆ

#14 By รองเท้าลอยฟ้า (114.128.30.136) on 2009-10-11 14:29

น่ารักจังเลยค่ะ

ได้อารมณ์ ปุณณ์ - โน่มากเลย

แล้วเขียนมาให้อ่านอีกนะคะ big smile

#15 By cooka (125.27.112.108) on 2009-10-11 23:10

น่ารักมากๆเลยนะเจ้า่ค่ะ

ปุณณ์นี้ดูเป็นคุณชายอบอุ่น โรแมนติกมากๆเลยล่ะเจ้าค่ะ

#16 By pipipita on 2009-10-12 14:58

หวานสุดยอดดดดดดด

555+ อ่านแล้วมีความสุขจัง อิอิ ยิ้มตลอดตั้งแต่ต้นจน

จบเลยอ่ะ น่ารักสุดยอด

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1 จัง

อยากโดนปุณณ์กอดมั้งอ่ะ แต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวพี่โน่

โกรธอ่ะ

แต่งอีกนะค้า รออ่านอยู่ๆๆ น่ารักดีอ่ะภาษาที่ใช้ก็ดีค่ะอ่าน

ง่ายแล้วก็เข้าใจง่ายดีนะ อ่านไปก็คิดอยู่ว่าพี่ปุณณ์กับพี่

โน่ก็เป็นแบบนี้แหละ อ่านแล้วไม่มีอะไรติดขัดค่ะยังไงก็

แต่งอีกนะคะ รออยู่ๆ big smile

#17 By MazAmeLo (114.128.198.144) on 2009-10-12 16:19

นะ.....นี่มันนนนนนน น่ารั๊กมาเล๊ยยยค๊า อ๊ายยยยยเขินนน555 เอาอีกๆๆๆ

#18 By ' ありす。ほぃせ ' on 2009-10-12 17:26

เอาอีกเอาแบบนี้อีก ชอบบบบบบบบบบบบจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#19 By aha (124.120.235.249) on 2009-10-12 20:13

อ๊าย ๆ

ปุณณ์โน่น่าร้ากกกกกกกก

surprised smile

#20 By evaaa on 2009-10-14 14:13

กลับมาอ่านอีรอบอ่ะ 55+ หวานได้อีก

เราก็ชอบที่พี่ปุณณ์พูดผมกับลงท้ายด้วยคำว่าครับนะเรา

ว่ามันเป็นแบบคุณชายปุณณ์ที่เป็นอิมเมจของพี่ปุณณ์ดีอ่ะ

แต่ตอนที่พี่ปุณณ์บอกว่า

"...กูดีใจที่ได้กอดมึงไว้แบบนี้นะโน่..."

เราก็แบบ อ้าย น่ารักอ่ะ แต่ถ้าเป็นแบบพี่ปุณณ์พูดผมก็จะ

เป็นแบบ

"...ผมดีใจที่ได้กอดโน่เอาไว้แบบนี้นะโน่..."

น่ารักคนละแบบนะ 55+

อยากให้แต่งอีกจังเลยอ่ะค่ะ เพราะว่าแต่งน่ารักพี่เห็ดไม่

ค่อยแต่งแบบหวานๆซักเท่าไหร่ต้องมาแวะเติมน้ำตาลใน

เลือดที่นี่ 55+

ยังไงก้แต่งอีกนะคะ รอรอรอ...

#21 By MazAmeLo (114.128.126.40) on 2009-10-14 17:52

หวานนนนน

น่ารักอ่ะ

ชอบบบบบบบบบ

จาติดตามต่อไปน่ะค่ะ

สู้ๆๆ

#22 By ~AIM~ (114.128.199.76) on 2009-10-20 00:41

น่ารักทั้งคู่เลย

#23 By protis (118.172.49.169) on 2009-10-22 09:50

น่ารักอีกแล้วกรี๊ดๆค่า

มีอีกมั่ยมีอีกบอกนะเราอยากอ่านbig smile open-mounthed smile confused smile question surprised smile wink double wink embarrassed cry embarrassed >>>>>sad smile

#24 By ~~++NuttiiZa++~~ (125.24.233.89) on 2009-10-25 18:29

จาเอาอีก อ่าาาาา

#25 By DearGod (125.24.152.13) on 2009-10-27 00:04

น่ารักมากเลย
โน่จังของเค้าน่ารักที่สุดเลยยยยยยยย
โน่จังคืออืมเมทของลูกชายในอนาคต(บ้าไปแล้วเรา)

แต่งอีกได้เปล่า
555
ชอบอยากให้หวานตลอดเวลา

#26 By มิกืจัง (124.121.171.191) on 2009-10-27 22:38

หนุกดีคะ เราก็อ่านของพี่เห็ดเหมือนกัน เลยตามมาอ่านดูเพราะพี่เห็ดแปะลิ้งไว้ น่ารักมากคะ

#27 By Nobuta (58.9.61.79) on 2009-11-05 21:37

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

น่ารักจริงๆ เลยครับ ><!!

ได้อ่านปุณณ์โน่เวอร์ชั่นหวานๆ แบบนี้แล้ว

ก็อยากให้มีสวีทหวานแหววกันในเนื้อเรื่องช่วงนี้บ้างจังเลยครับ

ปุณณ์เป็นคนจริงจังที่ทำอะไรทำจริงแล้วน่ารักจริงๆ นะครับ

โน่่เองก็นะ... สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเองนี่นา 55+

#28 By Game Master Psycho on 2009-11-05 22:14

ว้าว หวานแบบนี้

อย่างกับพี่เห็ดมาเอง

ถ้ามีอีกก็อยากอ่านอีกนะคะ

#29 By Nazezus (58.64.86.68) on 2009-11-08 14:45

ทำเขินได้อีกอ่ะ
ไม่ไหวๆ
><

#30 By dear (110.164.245.120) on 2009-12-03 14:37