2008/May/18

 

เอามาลงให้ตามสัญญา...รึเปล่า?...

ฟิกนี้...แต่งเพราะฝนมันตก...ตกหนักเลยล่ะค่ะ...เพิ่งหยุดเมื่อไม่นานนี้เองนะ...

 

เปิดเทอมได้สองอาทิตย์แล้วหละค่ะ...เรียนหนักจังเลย (อ.สอนไป..เราก้อนั่งง่วงตลอดเวลา...บางทีทำกรอสอยู่ยังแอบอู้ไปนั่งเล่นในห้องน้ำเลย -*-) แถมวันที่ยี่สิบหกก้อจะสอบแร้วววว T^T...แค่หัวใจดวงเท่ากำปั้น...ทำไมมีอะไรให้เรียนเยอะจังนะ >.<

ใครยังไม่เปิดเทอม...ฝากใช้เวลาในช่วงวันหยุดเผื่อเราทีนะคะ... ฮ่าๆ ^^

ไปอ่านฟิกกันเถอะ ^0^,,

 

อ่อ...อ่านไปลองนึกภาพตามแล้วช่วยบอกเราทีนะคะ...ว่าตอนนี้...คนในเรื่องเค้ากำลังรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่...(แต่งเองยังงงเองเล้ยยย) ? ^^

 

 

 

 

 

 

Title: [SF] ……………..빗방울……………..

Author: テェン----Luthien   

Pairing: YUNHO x JAEJOONG

Genre: A/U

Rating: PG-13…

Warning: ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง เหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลในฟิกนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด อีกทั้งฟิกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love ขอให้ผู้อ่านพิจารณาก่อนนะคะ ^^

Note: ฝนตกแทบทุกวันเลยนะคะ ^^,,...

 

 

 

 

 

ฝน...

 

 

 

...อยู่ไหนแล้วเหรอ...?

 

 

 

 

ประโยคแรก...หลังสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ถูกคั่นด้วยเสียงทุ้มแสนคุ้นเคยทำลายความกระวนกระวายของคนที่ได้แต่รอให้ลดลงไปได้เสียเปราะหนึ่ง...ถูกเปล่งไปตามสาย...

 

...เข้าใจน่า...อะไร...ฉันไม่ได้เร่งสักหน่อย...ก็แค่...คิดถึง...

 

ท้ายเสียงทอดลง...แก้มใสๆเรื่อสีฝาดขึ้นอย่างฉับพลันราวกับเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติ...จนเจ้าตัวยังนึกโมโหตัวเองขึ้นมาน้อยๆ...กะอีแค่คำพูดตัวเอง...ไม่รู้จะเขินทำไมนักหนา...

 

...ไม่เป็นไรหรอก...นี่...ฉันไม่ใช่แม่นายสักหน่อยนะ...ตาบ้า...จะกลับเมื่อไหร่ก็ตามใจเหอะ...แค่นี้แล้วกัน...

 

นิ้วเรียวสวยกดปุ่มสีแดงเพื่อยุติบทสนทนาอย่างไม่เร่งรีบ...

ทว่าสายตาวูบไหว...กลับยังคงจ้องมองอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขดิจิตอลคำนวณระยะเวลาการใช้งานที่ปรากฏขึ้นทันทีหลังสัญญาณจากปลายสายยุติลง...อย่างอ้อยอิ่ง...

เสียงพรูลมหายใจค่อยๆดังขึ้น...พร้อมๆกับเสียงเปาะแปะ...ที่แว่วดังมาจากตรงขอบหน้าต่างในห้องนอน...

 

 

 

ฝนตก...

 

 

 

หนาวจังนะ...

 

อากาศเย็น...ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดแง้มไว้...พัดผ่านเข้ามาเพียงน้อยนิด...

กลิ่นอวล...ของดินเปียกๆค่อยกรุ่นขึ้น...ก่อนจะถูกพัดพามาตามสายลมชื้น...ผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ...

เสียงซ่า...สลับหนักเบา...เดี๋ยวก็เอื่อย...เดี๋ยวก็เร่ง...คล้ายท่วงทำนองเพลงบรรเลง...ดังแว่วอยู่อีกฟากหนึ่งของแผ่นกระจกบาง...

หยาดละอองเล็กๆ...หยดน้ำไร้สีที่กระเด็นเข้าซัดสาดเพียงแผ่วเบา...ซึมผ่านแผ่นกระดาษสีอ่อน...จนเห็นเป็นความโปร่งใส...

ม่านสีขุ่นสะบัดปลิวไหวด้วยแรงลม...หากไม่นานนัก...ก็ถูกเลื่อนเปิดออกให้พ้นทาง...

ระบายผ้าสีครีมนวลนั้นชื้นชุ่ม...กรอบหน้าต่างทำจากไม้สีเบจ...ถูกสาดซัดด้วยละอองน้ำหยดเล็กๆ...หนักเข้ามันก็เปียกแฉะจนสีเข้มขึ้นอย่างทันตา...

 

ดวงตาสีเข้ม...เฝ้ามองความเป็นไปของตัวต้นเหตุอย่างแสนสนใจ...

แพขนตางอนยาว...สะบัดขึ้นลงถี่ๆ...ขับไล่ความไม่สบายอารมณ์ให้จางหาย...ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอีกนิด...เมื่อความเบื่อหน่ายค่อยลบเลือนไปจากใบหน้าสวยหวาน...

ไม่อยากให้สิ่งใดเข้ามาวุ่นวาย...หรือทำลายทัศนียภาพสวยงามที่เขามักมองผ่านให้เสียความรู้สึก...

 

ลูกแก้วสีนิลเพ่งตรงผ่านบานกระจกใส...

ภาพเคลื่อนไหวของหยาดน้ำจากท้องฟ้า...ที่ตกลงกระทบใบไม้สีเขียวครึ้ม...ก่อนจะแตกกระจายตัวเป็นละอองเล็กจิ๋ว...ดูสวยงามอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

ใบหูบางที่จมอยู่กับความเงียบเหงามานานหลายชั่วโมง...ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามครืนน้อยๆ...จากใครสักคนบนฟ้า...ฟังแล้วชวนให้เกิดจินตนาการมากกว่าจะนำพาให้ใจสั่น...

ละอองน้ำใสที่กลั่นตัวเป็นสาย...ไหลรินระเรื่อยตามแผ่นแก้วบางๆตรงหน้า...ทิ้งไว้เพียงฝ้าสีขาวขุ่น...ก่อนที่มันจะโบกมืออำลา...แล้วมุ่งหน้าลงกระทบผิวดิน...

 

 

 

ฝนตกแรง...

 

 

 

เวลาสามสิบนาทีผ่านไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...?

 

คิมแจจุงร้องถามตัวเองในใจ...เมื่อดวงตาคู่โตเลื่อนไปเห็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิการูปลูกเต๋าบนโต๊ะข้างเตียง...

สองทุ่ม...กับอีกสิบห้านาที...

นานขนาดนี้แล้ว...แต่ละอองฝนหลากขนาดที่ทยอยกลั่นตัวมาตั้งแต่เมื่อครู่...ก็ยังคงพรั่งพรูลงมาจากฟากฟ้าสีทึมนั่นอยู่เรื่อยๆ...

คิ้วเรียวเริ่มขมวดแน่นขึ้น...

ป่านนี้เจ้าคนบ้างานนั่นจะละสายตาออกจากเศษกระดาษกองโตนั่นได้หรือยังนะ...?

ถ้าจะโทรไปถามอีก...ก็คงได้คำตอบแบบเดิม...

แน่ล่ะ...เพราะมันเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้วนี่นา...นิสัยแบบนี้...มันแก้กันยากจริงๆ...

 

 

...ยุนโฮ...ถึงไหนแล้วเหรอ...?

 

เสียงทุ้มๆที่เอ่ยตอบคำถามดังลอดผ่านลำโพงอุปกรณ์สื่อสารเครื่องจิ๋วออกมาให้ได้ยิน...

กลีบปากสีลูกพีชยื่นขึ้นจนเจ่อ...เมื่อสิ่งที่กระทบกับโสตประสาทดูเหมือนจะไม่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่...

 

...ดี...ทำงานให้เหี่ยวตายไปเลยนะ...ฉันจะได้มีเวลาไปหาคนอื่น...ที่พอจะมีสมองคิดคำตอบแบบอื่นมาพูดให้ฉันฟังมั่ง!”

 

แก้มขาวเริ่มป่องขึ้นทีละนิด...เสียงลมฟู่จากเนื้อนวลที่พองกลมเคล้าเสียงบ่นถูกส่งประเคนผ่านเครือข่ายไปสะกิดกระดูกในหูคนตัวโตที่คงหน้าซีดทันทีที่ได้ฟัง...

 

...เชอะ...ก็อย่างนี้ทุกทีอ่ะ...อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กที่ต้องเอาของกินมาล่อได้ไหม?...

 

เสียงใสกระเง้ากระงอด...

ก็รู้นี่นา...ว่าเมื่อกี้เขาแกล้งพูด...ถึงได้ยังใจเย็นอยู่แบบนี้...

คอยดูนะ...ถ้ายังทิ้งขว้างเขาอยู่แบบนี้...จะแช่งให้เป็นโรคกระเพาะตาย...แล้วหนีไปอย่างที่ขู่ไว้สักวัน...

 

...เอาแบบถ้วยนะ...วานิลลาก็ได้...แล้วรีบกลับด้วยล่ะ...บ๊ายบาย...

 

ไหนว่าไม่ใช่เด็ก...แล้วที่สั่งไปนั่นมันของกินไม่ใช่หรือไงกัน...?

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้น...

 

 

 

เขายังคงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง...

 

สมุดเล่มบางถูกหยิบออกมาจากชั้นวางของแล้วพลิกเปิดจนเกือบถึงหน้าสุดท้าย...

มือขาวจัดกอบกุมดินสอห้าบีที่เหลือปลายด้ามจับไม่ถึงสิบเซนติเมตรไว้แน่น...ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นอีกนิด...ไม่นานรสเฝื่อนจากปลายแท่งกราไฟต์ก็ถูกลิ้มลองด้วยเรียวเนื้อภายในกลีบปากบาง...

 

เปลือกตาสีมุกกระพริบปริบ...ทันทีที่หยดน้ำเม็ดเล็ก...แทรกตัวผ่านช่องทางกระทบใบหน้าสวยเต็มแรง...

 

แผ่นกระดาษสีนวลจากสมุดเล่มบางบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก...ต้องละอองฝนจนเห็นเป็นวงชื้น...

นิ้วเรียวขยับเข้าใกล้วงกลมๆสองวงที่ถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญอย่างสนใจ...ก่อนจะค่อยๆแตะไล้...แล้วเริ่มลงน้ำหนัก...

แผ่วเบา...แตะวน...แรงขึ้นอีกนิด...

กระดาษถนอมสายตาสีครีม...แปรสภาพจากที่เคยราบเรียบ...ค่อยๆโปร่งแสง...แล้วกลายเป็นขุยได้อย่างน่าอัศจรรย์...

 

เขาคลี่ยิ้มน้อยๆ...

มันน่าตลกดี...ที่คนแสนเกลียดสายฝน...จะตกหลุมรักจิตรกรรมไร้การปั้นแต่ง...จากน้ำมือของหยดละอองจากเบื้องบนขึ้นมาได้ในพริบตา...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีก...

 

 

 

ดินสอปลายทู่...ถูกบังคับด้วยแรงจากเรียวนิ้วสวยให้ลากวนไปเรื่อยเหมือนไร้ทิศทาง...

บ้างวนตามร่องรอยของความเปียกชื้น...บ้างไล้ลากเป็นเส้นตรงเส้นโค้งสะเปะสะปะ...

ไม่นานมันก็หยุดลง...เมื่อคนร่างบางผุดลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ...

 

นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยเงาสะท้อนของสายฝนภายนอกกระจกใส...เขาเบือนหน้าไปทางหัวเตียงอีกครั้ง...

นาฬิกาเรือนเดิมบอกเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกายี่สิบห้านาที...แต่ดูเหมือนท้องฟ้าจะยังไม่คลายความอัดอั้นลงเลย...

 

มืดแล้วยังฝนตกหนักขนาดนี้...ยุนโฮจะเป็นอย่างไรบ้าง...?

ให้ตายสิ...เขาไม่น่าไปเร่งให้รีบกลับเลย...เพราะความเหงาบ้าๆนี่แท้ๆ...ถึงได้บังคับให้สมองสั่งการจนพูดไปแบบนั้น...

ยุนโฮคงเร่งสะสางงานแล้วบึ่งรถกลับมาหาเขาแน่ๆ...

 

แต่เขาลืมไปได้ยังไงกันนะ...ว่าฝนชักจะตกหนักขึ้นทุกที...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้ว...

 

 

 

...ยุนโฮเหรอ...? ออกมาหรือยังน่ะ...? เปล่านะ...ฉันแค่ถามดู...

นี่ยุนโฮ...ถ้ายังอยู่บริษัทก็รอให้ฝนหยุดก่อนเถอะ...ฉันไม่เอาแล้วไอศกรีมอ่ะ...เป็นห่วงนะรู้ไหม...?

 

 

คิ้วเรียวที่พันกันแน่นค่อยคลายลง...เมื่อรับรู้ว่าคนรักยังอยู่สบายดี...ถึงแม้เสียงต่ำๆนั่นจะโอดครวญว่าแสบท้องหิวข้าวก็เถอะ...

 

...ขอโทษนะ...จะไม่เอาแต่ใจแล้วล่ะ...เพราะฉันเหงาก็เลยอยากเจอหน้ากันเร็วๆ...

แต่ถ้ามันต้องทำให้ยุนโฮอาจจะป่วยหรือเป็นอย่างอื่น...ฉันยอมทนคิดถึงนายอยู่แบบนี้ยังดีเสียกว่าเลย...

 

ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มสวย...คนตัวเล็กได้สารภาพความรู้สึกข้างในออกไปจากใจจริง...

และดูเหมือนคนฟังก็เข้าใจมันได้ดี...

 

...ไม่ต้องรีบกลับแล้วนะ...ฉันจะอยู่คอยนายอย่างนี้จนกว่าจะมาเลย...รักยุนโฮนะ...บ๊ายบาย...

 

ปลายสายถูกตัดสัญญาณไปในที่สุด...ทว่าคนตาโตยังคงแนบมือถือเครื่องน้อยเอาไว้ที่ข้างหู...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...

 

 

 

มือเรียวฉีกกระดาษแผ่นเดิมออกจากสมุด...ความเปียกชื้นจากละอองฝนซึมผ่านเยื่อบางจนเห็นเป็นรอยย่น...

ร่างเพรียวเลื่อนตัวเข้าไปใกล้บานหน้าต่างขึ้นอีกนิด...ก่อนจะแง้มเปิดช่องว่างให้กว้างขึ้นอีก...

หยาดน้ำสีใสทยอยลอดผ่านร่องหน้าต่างที่เผยอ...มันกระจายตัวแล้วหยดซ้ำลงที่กระดาษแผ่นเดิม...

 

ดินสอสีเข้มถูกลากทับเค้าโครงเดิมซ้ำไปซ้ำมา...ถ่ายทอดแทนความรู้สึกที่เอ่อล้นภายในหัวใจ...

ดวงหน้าหวานละมุนถูกประดับด้วยรอยยิ้มสดใส...ให้ตาย...ก็ไม่ให้คนที่อยู่ในห้วงคำนึงได้รู้แน่ๆ...

 

คนตัวเล็กกำลังตกอยู่ในภวังค์...

เสียงกุกกักตรงหน้าประตูบ้านไม่ได้เรียกให้คนสวยละความสนใจจากสิ่งตรงหน้า...

สายฝนยังคงโปรยลงมาไม่ขาดสาย...แต่เขากลับไม่รู้สึกว้าเหว่อีกต่อไป...

เมื่อรู้ดี...ว่าในหัวใจ...ยังมีใครอีกคน...ที่ไม่เคยทิ้งให้เขาอยู่อย่างเดียวดาย...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่...

 

 

 

...กลับมาแล้วครับ...

 

 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น...ทันทีที่ประตูบ้านถูกเปิดออก...

 

...แจจุง...?

 

ตาคมปรายหาคนรักไปทั่วบริเวณ...แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ...

ขายาวก้าวตรงมายังห้องนอน...แสงสีนวลที่ลอดผ่านรอยพับตรงบานประตูทำให้เขารู้...ว่าคนน่ารักของเขาไม่ได้หายไปไหน...

 

มือใหญ่เอื้อมบิดก่อนจะเปิดประตูออกอย่างแผ่วเบา...

 

คนช่างคิดกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่...ไม่รู้กระดาษเปียกๆแผ่นนั้นมันมีอะไรน่าสนใจนักหนา...

เรียวคิ้วเข้มเหนือสายตาคมที่กำลังจ้องมองผ่านประตูบานใหญ่ที่ถูกแง้มออกอย่างเงียบๆ...พันปมกันแน่นอย่างคนช่างสงสัย...

เนื้อตัวเปียกปอนค่อยแทรกกายก่อนก้าวเดินเบาๆโดยไร้เสียง...

 

หนึ่งก้าว...สองก้าว...สามก้าว...และสี่...

 

คนสวยที่หลับตาพริ้ม...คล้ายกำลังซึมซับอะไรบางอย่าง...ยังคงไม่รู้สึกตัว...

อ้อมแขนอุ่นภายใต้ร่างกายเย็นจัดค่อยโอบล้อม...ตระคองกอดคนเพ้อฝันอย่างแสนรัก...

นัยน์ตากลมโตที่หลับใหลอยู่ภายใต้เปลือกตาอ่อนบาง...เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจในการจู่โจมอย่างกะทันหันของคนตัวสูงที่กำลังแนบร่างอยู่ด้านหลัง...

 

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไม...

 

 

 

...เหม่ออะไรอยู่ครับเนี่ย...ยุนโฮอุตส่าห์เรียกหา...แต่ไม่เห็นคนน่ารักนั่งคอยอยากจะเจอเหมือนที่บ่นว่าคิดถึงเลย...

น้อยใจจังน้า...

 

 

คนตัวสูงทำเสียงออดอ้อน...จนคนฟังยู่หน้าลงเพราะหมั่นไส้...

 

...คิดถึงไง...ก็เนี่ย...นั่งเหม่อถึงแต่ยุนโฮ...ไม่รู้คนขี้น้อยใจแถวนี้มีใครชื่อยุนโฮมั่งหรือเปล่าน้า...?

 

เสียงใสย้อน...แก้มใสแดงเรื่อ...ก่อนจะใช้มือขาวๆแปะเข้าที่หน้าตัวเอง...เป็นวิธีแก้เขินอย่างที่ชอบทำ...

คนตัวเล็กเบี่ยงตัวเล็กน้อย...แล้วใช้แผ่นหลังบางๆบังแผ่นกระดาษเล็กๆที่เขาใช้เวลาระหว่างในการรอเพื่อระบายอารมณ์...ให้พ้นสายตาของร่างสูง...

 

...ไม่ไปอาบน้ำล่ะ...ตัวเปียกแบบนี้...เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก...ฉันขี้เกียจดูแลนายนะยุนโฮ...

 

พูดเลี่ยงๆ...น่าอายจะตายถ้าให้หมีตัวโตมารู้ว่าเขาทำบ้าอะไรอยู่ได้ตั้งนาน...

 

...อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันน่า...ซ่อนอะไรไว้อีกล่ะสิ...

 

เมื่อไหร่...อีตานี่จะเลิกรู้ไปซะทุกเรื่องเสียทีนะ...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...

 

 

 

แจจุงอมยิ้มเขินๆ...ก่อนมือเล็กๆจะเอื้อมหยิบกระดาษบางๆที่นอนสงบนิ่งทาบทับสมุดเล่มเก่าบนโต๊ะที่ถูกแผ่นหลังบางๆของเขาบดบังอยู่...

คนตัวโตคลายมือที่รัดเอวคอดเสียแน่น...ก่อนที่มันจะแผ่แบออกน้อยๆ...เตรียมรับของล้ำค่าที่คนตรงหน้าพยายามหลบซ่อนมันให้พ้นสายตาของเขา...

แผ่นกระดาษขนาดเอห้าเปื่อยยุ่ยจนขึ้นขุยถูกไล่สายตาสำรวจมันทีละน้อย...ทีละน้อย...

วงกลมใหญ่หนึ่งวง...ปรากฏแก่สายตา...

เส้นตรงแนวราบอีกสามสี่เส้น...ถูกเปิดเผยอีกอย่างละหน่อย...

เส้นโค้งๆ...ที่คนเขียนดูจะไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่เรียกคิ้วหนาในเลิกขึ้นอีกนิด...

เส้นขนานแนวตั้งอีกหนึ่งคู่...กับเส้นตรงๆเดี่ยวๆอีกหนึ่งเส้นกำลังจุดรอยยิ้มไปทั่วใบหน้าคม...

ก่อนที่รอยหยดน้ำขนาดเท่าๆกับหยดแรกอีกหนึ่งวง...จะเรียกรอยจุมพิตหวานละมุนให้ไปประดับบนริมฝีปากบาง...

 

 

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...ฉันถึง...

 

 

 

เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ริมหู...จุดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้อวลไปทั้งห้องกว้าง...

 

..

..

..

 

...ที่แท้ก็คิดถึงจนทนไม่ไหวน่ะเอง...?

 

...บ้าน่า...หุบปากไปเลยนะ...

 

...แล้วคืนนี้จะทำให้หายเหงานะ...

 

...ใครเค้าพูดแบบนั้นกันเล่า...?

 

...แล้วจะรักจนเลิกคิดถึงทั้งคืนเลยแล้วกัน... >3<!...

 

...ไม่เอ๊า!!!!!!...

 

..

..

..

 

 

..

..

..

 

ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...ฉันถึงไม่หนาวเลย...?

 

 

 

 

 

ENDING…

 

==================================

======================

 

 

 

เปนฟิกที่แปลกมั้ยคะ? ฮ่าๆ

มันไม่ค่อยดีอีกแล้ว...ขอโทษนะคะ ^^,,

เคยมีคนบอกว่า...อ่านฟิกเรากี่เรื่อง...ก้อไม่เข้าใจทุกที...

มันเปนนิสัยไปแล้วหละมั้งคะ...ทุกครั้งเราก้อแต่งออกมาได้เปนแบบนี้เรื่อย...มันแก้ไม่หายจริงๆ...ขอโทษด้วยนะคะ...

เรื่องนี้แต่งเพราะฝนตก...เราไม่ชอบหน้าฝนหรอกค่ะ...เพราะว่ามันเฉอะแฉะ...

แต่อีกใจ...เราชอบฟังเสียงฝนตก...ชอบกลิ่นดินชื้นๆ...มันเหงาๆดีน่ะค่ะ ^^

 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย...ออกไปไหนก้อพกร่มกันด้วยนะคะ...เด๋วจะเปนหวัดกัน...เราเปนห่วงน้า...

 

ปล. แอบสปอยล์....

กำลังคิดจะทำโปรเจคร่วมกับน้อง ว. นามแฝง คซยฮ. คนแต่งแมวอ้วนหื่นๆ ==^ จะสำเร็จหรือไม่? สุดท้ายจะออกมาเปนแบบไหน?  อย่าลืมรอติดตามกันด้วยนะคะ ^^,,

 

รักคนอ่านนะคะ... 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เราอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกทั้งหมดที่คนแต่งต้องการ
หรือความรู้สึกทั้งหมดขแงแจที่มีให้ยุน
แต่เราชอบนะ มันให้ความรู้สึกว่า
"เนี่ยแหล่ะ คืนฝนตก"sad smile
#1  by  minnie (58.8.115.44) At 2008-05-19 00:26, 
น่ารักดี
... นี่เองเหรอ รูปบนกระดาษแผ่นนั้น
ถ้าเราเป็นยุนเราก็คงดีใจ
ไม่เห็นตัว แค่ได้เขียนชื่อก็ยังดี
ดูเค้ารักกันมากมายเหลือเกิน
ได้อยู่ด้วยกันกับคนที่รักอย่างมีความสุข

เราว่าฟิคนุ่นไม่เห็นแปลกเลย
สนุกดีออก
ชอบการใช้ภาษานะ มันทำให้อ่านแล้วยิ้ม
(ยกเว้นบางเรื่องที่ทำให้คนหนึ่งตาย!!55)

จะรอติดตามโปรเจ็คที่ว่านะคะ
เป็นกำลังใจให้เสมอ

ช่วงนี้จิตตกมากๆ
อ่านฟิคน่ารักๆ ก็ดีเหมือนกัน
รักแจจังเลย
#2  by  คิมแชยอน At 2008-05-19 18:45, 
อ๊า~~ น่ารักอ่ะ
#3  by  jinni (124.157.212.17) At 2008-05-20 22:41, 
อ่านแล้วน่ารักดีออกค่ะ ไม่เห็นจะงงเลย >< จริง ๆ นะ
วอวันว่า... เวลาฝนตกน่ะ ให้ความรู้สึกหลากหลายดีค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอารมณ์ไหน สายฝนก็สามารถเป็นเพื่อนเราได้ในทุกช่วงเวลานั่นแหละ

เวลาเศร้า หรือเหงา ๆ สายฝนที่กระหน่ำลงมา .. ก็ดูเหมือนว่าจะร้องไห้ไปกับเราด้วย
ส่วนเวลาที่มีความสุข ก็ดูเหมือนจะโรแมนติกซะเหลือเกิน ถ้าหากได้จับมือใครสักคน แล้วนั่งมองดูฝนพรำด้วยกัน

เหมือนแจจุงในฟิคที่คุณคนเขียนแต่งไงคะ ... แม้ว่าสายฝนข้างนอกที่ตอนแรกตกเพียงปรอย ๆ แต่ต่อมาก็ค่อย ๆ ตกแรงขึ้น ... แรงขึ้น หัวใจที่มีแต่เขาคนนั้น ก็ได้แต่ห่วงใยว่า .. จะเปียกฝนมั้ยน้า อยากให้กลับมาเร็ว ๆ จัง >< แบบนั้นน่ะ น่ารักมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ^^ อ่านแล้วยิ้มกว้างเชียว

ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารัก ๆ แบบนี้นะคะ ^^
#4  by  ..วอวัน..@tvxqdreamland (203.172.58.133) At 2008-05-29 18:04, 

<< Home