เอามาลงให้ตามสัญญา...รึเปล่า?...
ฟิกนี้...แต่งเพราะฝนมันตก...ตกหนักเลยล่ะค่ะ...เพิ่งหยุดเมื่อไม่นานนี้เองนะ...
เปิดเทอมได้สองอาทิตย์แล้วหละค่ะ...เรียนหนักจังเลย (อ.สอนไป..เราก้อนั่งง่วงตลอดเวลา...บางทีทำกรอสอยู่ยังแอบอู้ไปนั่งเล่นในห้องน้ำเลย -*-) แถมวันที่ยี่สิบหกก้อจะสอบแร้วววว T^T...แค่หัวใจดวงเท่ากำปั้น...ทำไมมีอะไรให้เรียนเยอะจังนะ >.<
ใครยังไม่เปิดเทอม...ฝากใช้เวลาในช่วงวันหยุดเผื่อเราทีนะคะ... ฮ่าๆ ^^
ไปอ่านฟิกกันเถอะ ^0^,,
อ่อ...อ่านไปลองนึกภาพตามแล้วช่วยบอกเราทีนะคะ...ว่าตอนนี้...คนในเรื่องเค้ากำลังรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่...(แต่งเองยังงงเองเล้ยยย) ? ^^
Author: ルーテェン--★--Luthien
Pairing: YUNHO x JAEJOONG
Genre: A/U
Rating: PG-13…
Warning: ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง เหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลในฟิกนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด อีกทั้งฟิกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love ขอให้ผู้อ่านพิจารณาก่อนนะคะ ^^
Note: ฝนตกแทบทุกวันเลยนะคะ ^^,,...
ฝน...
“...อยู่ไหนแล้วเหรอ...?”
ประโยคแรก...หลังสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ถูกคั่นด้วยเสียงทุ้มแสนคุ้นเคยทำลายความกระวนกระวายของคนที่ได้แต่รอให้ลดลงไปได้เสียเปราะหนึ่ง...ถูกเปล่งไปตามสาย...
“...เข้าใจน่า...อะไร...ฉันไม่ได้เร่งสักหน่อย...ก็แค่...คิดถึง...”
ท้ายเสียงทอดลง...แก้มใสๆเรื่อสีฝาดขึ้นอย่างฉับพลันราวกับเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายตามธรรมชาติ...จนเจ้าตัวยังนึกโมโหตัวเองขึ้นมาน้อยๆ...กะอีแค่คำพูดตัวเอง...ไม่รู้จะเขินทำไมนักหนา...
“...ไม่เป็นไรหรอก...นี่...ฉันไม่ใช่แม่นายสักหน่อยนะ...ตาบ้า...จะกลับเมื่อไหร่ก็ตามใจเหอะ...แค่นี้แล้วกัน...”
นิ้วเรียวสวยกดปุ่มสีแดงเพื่อยุติบทสนทนาอย่างไม่เร่งรีบ...
ทว่าสายตาวูบไหว...กลับยังคงจ้องมองอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขดิจิตอลคำนวณระยะเวลาการใช้งานที่ปรากฏขึ้นทันทีหลังสัญญาณจากปลายสายยุติลง...อย่างอ้อยอิ่ง...
เสียงพรูลมหายใจค่อยๆดังขึ้น...พร้อมๆกับเสียงเปาะแปะ...ที่แว่วดังมาจากตรงขอบหน้าต่างในห้องนอน...
ฝนตก...
หนาวจังนะ...
อากาศเย็น...ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดแง้มไว้...พัดผ่านเข้ามาเพียงน้อยนิด...
กลิ่นอวล...ของดินเปียกๆค่อยกรุ่นขึ้น...ก่อนจะถูกพัดพามาตามสายลมชื้น...ผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ...
เสียงซ่า...สลับหนักเบา...เดี๋ยวก็เอื่อย...เดี๋ยวก็เร่ง...คล้ายท่วงทำนองเพลงบรรเลง...ดังแว่วอยู่อีกฟากหนึ่งของแผ่นกระจกบาง...
หยาดละอองเล็กๆ...หยดน้ำไร้สีที่กระเด็นเข้าซัดสาดเพียงแผ่วเบา...ซึมผ่านแผ่นกระดาษสีอ่อน...จนเห็นเป็นความโปร่งใส...
ม่านสีขุ่นสะบัดปลิวไหวด้วยแรงลม...หากไม่นานนัก...ก็ถูกเลื่อนเปิดออกให้พ้นทาง...
ระบายผ้าสีครีมนวลนั้นชื้นชุ่ม...กรอบหน้าต่างทำจากไม้สีเบจ...ถูกสาดซัดด้วยละอองน้ำหยดเล็กๆ...หนักเข้ามันก็เปียกแฉะจนสีเข้มขึ้นอย่างทันตา...
ดวงตาสีเข้ม...เฝ้ามองความเป็นไปของตัวต้นเหตุอย่างแสนสนใจ...
แพขนตางอนยาว...สะบัดขึ้นลงถี่ๆ...ขับไล่ความไม่สบายอารมณ์ให้จางหาย...ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอีกนิด...เมื่อความเบื่อหน่ายค่อยลบเลือนไปจากใบหน้าสวยหวาน...
ไม่อยากให้สิ่งใดเข้ามาวุ่นวาย...หรือทำลายทัศนียภาพสวยงามที่เขามักมองผ่านให้เสียความรู้สึก...
ลูกแก้วสีนิลเพ่งตรงผ่านบานกระจกใส...
ภาพเคลื่อนไหวของหยาดน้ำจากท้องฟ้า...ที่ตกลงกระทบใบไม้สีเขียวครึ้ม...ก่อนจะแตกกระจายตัวเป็นละอองเล็กจิ๋ว...ดูสวยงามอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...
ใบหูบางที่จมอยู่กับความเงียบเหงามานานหลายชั่วโมง...ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามครืนน้อยๆ...จากใครสักคนบนฟ้า...ฟังแล้วชวนให้เกิดจินตนาการมากกว่าจะนำพาให้ใจสั่น...
ละอองน้ำใสที่กลั่นตัวเป็นสาย...ไหลรินระเรื่อยตามแผ่นแก้วบางๆตรงหน้า...ทิ้งไว้เพียงฝ้าสีขาวขุ่น...ก่อนที่มันจะโบกมืออำลา...แล้วมุ่งหน้าลงกระทบผิวดิน...
ฝนตกแรง...
เวลาสามสิบนาทีผ่านไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...?
คิมแจจุงร้องถามตัวเองในใจ...เมื่อดวงตาคู่โตเลื่อนไปเห็นตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิการูปลูกเต๋าบนโต๊ะข้างเตียง...
สองทุ่ม...กับอีกสิบห้านาที...
นานขนาดนี้แล้ว...แต่ละอองฝนหลากขนาดที่ทยอยกลั่นตัวมาตั้งแต่เมื่อครู่...ก็ยังคงพรั่งพรูลงมาจากฟากฟ้าสีทึมนั่นอยู่เรื่อยๆ...
คิ้วเรียวเริ่มขมวดแน่นขึ้น...
ป่านนี้เจ้าคนบ้างานนั่นจะละสายตาออกจากเศษกระดาษกองโตนั่นได้หรือยังนะ...?
ถ้าจะโทรไปถามอีก...ก็คงได้คำตอบแบบเดิม...
แน่ล่ะ...เพราะมันเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้วนี่นา...นิสัยแบบนี้...มันแก้กันยากจริงๆ...
“...ยุนโฮ...ถึงไหนแล้วเหรอ...?”
เสียงทุ้มๆที่เอ่ยตอบคำถามดังลอดผ่านลำโพงอุปกรณ์สื่อสารเครื่องจิ๋วออกมาให้ได้ยิน...
กลีบปากสีลูกพีชยื่นขึ้นจนเจ่อ...เมื่อสิ่งที่กระทบกับโสตประสาทดูเหมือนจะไม่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่...
“...ดี...ทำงานให้เหี่ยวตายไปเลยนะ...ฉันจะได้มีเวลาไปหาคนอื่น...ที่พอจะมีสมองคิดคำตอบแบบอื่นมาพูดให้ฉันฟังมั่ง!”
แก้มขาวเริ่มป่องขึ้นทีละนิด...เสียงลมฟู่จากเนื้อนวลที่พองกลมเคล้าเสียงบ่นถูกส่งประเคนผ่านเครือข่ายไปสะกิดกระดูกในหูคนตัวโตที่คงหน้าซีดทันทีที่ได้ฟัง...
“...เชอะ...ก็อย่างนี้ทุกทีอ่ะ...อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กที่ต้องเอาของกินมาล่อได้ไหม?...”
เสียงใสกระเง้ากระงอด...
ก็รู้นี่นา...ว่าเมื่อกี้เขาแกล้งพูด...ถึงได้ยังใจเย็นอยู่แบบนี้...
คอยดูนะ...ถ้ายังทิ้งขว้างเขาอยู่แบบนี้...จะแช่งให้เป็นโรคกระเพาะตาย...แล้วหนีไปอย่างที่ขู่ไว้สักวัน...
“...เอาแบบถ้วยนะ...วานิลลาก็ได้...แล้วรีบกลับด้วยล่ะ...บ๊ายบาย...”
ไหนว่าไม่ใช่เด็ก...แล้วที่สั่งไปนั่นมันของกินไม่ใช่หรือไงกัน...?
ฝนตกแรงขึ้น...
เขายังคงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง...
สมุดเล่มบางถูกหยิบออกมาจากชั้นวางของแล้วพลิกเปิดจนเกือบถึงหน้าสุดท้าย...
มือขาวจัดกอบกุมดินสอห้าบีที่เหลือปลายด้ามจับไม่ถึงสิบเซนติเมตรไว้แน่น...ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นอีกนิด...ไม่นานรสเฝื่อนจากปลายแท่งกราไฟต์ก็ถูกลิ้มลองด้วยเรียวเนื้อภายในกลีบปากบาง...
เปลือกตาสีมุกกระพริบปริบ...ทันทีที่หยดน้ำเม็ดเล็ก...แทรกตัวผ่านช่องทางกระทบใบหน้าสวยเต็มแรง...
แผ่นกระดาษสีนวลจากสมุดเล่มบางบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก...ต้องละอองฝนจนเห็นเป็นวงชื้น...
นิ้วเรียวขยับเข้าใกล้วงกลมๆสองวงที่ถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญอย่างสนใจ...ก่อนจะค่อยๆแตะไล้...แล้วเริ่มลงน้ำหนัก...
แผ่วเบา...แตะวน...แรงขึ้นอีกนิด...
กระดาษถนอมสายตาสีครีม...แปรสภาพจากที่เคยราบเรียบ...ค่อยๆโปร่งแสง...แล้วกลายเป็นขุยได้อย่างน่าอัศจรรย์...
เขาคลี่ยิ้มน้อยๆ...
มันน่าตลกดี...ที่คนแสนเกลียดสายฝน...จะตกหลุมรักจิตรกรรมไร้การปั้นแต่ง...จากน้ำมือของหยดละอองจากเบื้องบนขึ้นมาได้ในพริบตา...
ฝนตกแรงขึ้นอีก...
ดินสอปลายทู่...ถูกบังคับด้วยแรงจากเรียวนิ้วสวยให้ลากวนไปเรื่อยเหมือนไร้ทิศทาง...
บ้างวนตามร่องรอยของความเปียกชื้น...บ้างไล้ลากเป็นเส้นตรงเส้นโค้งสะเปะสะปะ...
ไม่นานมันก็หยุดลง...เมื่อคนร่างบางผุดลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ...
นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยเงาสะท้อนของสายฝนภายนอกกระจกใส...เขาเบือนหน้าไปทางหัวเตียงอีกครั้ง...
นาฬิกาเรือนเดิมบอกเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกายี่สิบห้านาที...แต่ดูเหมือนท้องฟ้าจะยังไม่คลายความอัดอั้นลงเลย...
มืดแล้วยังฝนตกหนักขนาดนี้...ยุนโฮจะเป็นอย่างไรบ้าง...?
ให้ตายสิ...เขาไม่น่าไปเร่งให้รีบกลับเลย...เพราะความเหงาบ้าๆนี่แท้ๆ...ถึงได้บังคับให้สมองสั่งการจนพูดไปแบบนั้น...
ยุนโฮคงเร่งสะสางงานแล้วบึ่งรถกลับมาหาเขาแน่ๆ...
แต่เขาลืมไปได้ยังไงกันนะ...ว่าฝนชักจะตกหนักขึ้นทุกที...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้ว...
“...ยุนโฮเหรอ...? ออกมาหรือยังน่ะ...? เปล่านะ...ฉันแค่ถามดู...
นี่ยุนโฮ...ถ้ายังอยู่บริษัทก็รอให้ฝนหยุดก่อนเถอะ...ฉันไม่เอาแล้วไอศกรีมอ่ะ...เป็นห่วงนะรู้ไหม...?”
คิ้วเรียวที่พันกันแน่นค่อยคลายลง...เมื่อรับรู้ว่าคนรักยังอยู่สบายดี...ถึงแม้เสียงต่ำๆนั่นจะโอดครวญว่าแสบท้องหิวข้าวก็เถอะ...
“...ขอโทษนะ...จะไม่เอาแต่ใจแล้วล่ะ...เพราะฉันเหงาก็เลยอยากเจอหน้ากันเร็วๆ...
แต่ถ้ามันต้องทำให้ยุนโฮอาจจะป่วยหรือเป็นอย่างอื่น...ฉันยอมทนคิดถึงนายอยู่แบบนี้ยังดีเสียกว่าเลย...”
ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มสวย...คนตัวเล็กได้สารภาพความรู้สึกข้างในออกไปจากใจจริง...
และดูเหมือนคนฟังก็เข้าใจมันได้ดี...
“...ไม่ต้องรีบกลับแล้วนะ...ฉันจะอยู่คอยนายอย่างนี้จนกว่าจะมาเลย...รักยุนโฮนะ...บ๊ายบาย...”
ปลายสายถูกตัดสัญญาณไปในที่สุด...ทว่าคนตาโตยังคงแนบมือถือเครื่องน้อยเอาไว้ที่ข้างหู...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...
มือเรียวฉีกกระดาษแผ่นเดิมออกจากสมุด...ความเปียกชื้นจากละอองฝนซึมผ่านเยื่อบางจนเห็นเป็นรอยย่น...
ร่างเพรียวเลื่อนตัวเข้าไปใกล้บานหน้าต่างขึ้นอีกนิด...ก่อนจะแง้มเปิดช่องว่างให้กว้างขึ้นอีก...
หยาดน้ำสีใสทยอยลอดผ่านร่องหน้าต่างที่เผยอ...มันกระจายตัวแล้วหยดซ้ำลงที่กระดาษแผ่นเดิม...
ดินสอสีเข้มถูกลากทับเค้าโครงเดิมซ้ำไปซ้ำมา...ถ่ายทอดแทนความรู้สึกที่เอ่อล้นภายในหัวใจ...
ดวงหน้าหวานละมุนถูกประดับด้วยรอยยิ้มสดใส...ให้ตาย...ก็ไม่ให้คนที่อยู่ในห้วงคำนึงได้รู้แน่ๆ...
คนตัวเล็กกำลังตกอยู่ในภวังค์...
เสียงกุกกักตรงหน้าประตูบ้านไม่ได้เรียกให้คนสวยละความสนใจจากสิ่งตรงหน้า...
สายฝนยังคงโปรยลงมาไม่ขาดสาย...แต่เขากลับไม่รู้สึกว้าเหว่อีกต่อไป...
เมื่อรู้ดี...ว่าในหัวใจ...ยังมีใครอีกคน...ที่ไม่เคยทิ้งให้เขาอยู่อย่างเดียวดาย...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่...
“...กลับมาแล้วครับ...”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น...ทันทีที่ประตูบ้านถูกเปิดออก...
“...แจจุง...?”
ตาคมปรายหาคนรักไปทั่วบริเวณ...แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ...
ขายาวก้าวตรงมายังห้องนอน...แสงสีนวลที่ลอดผ่านรอยพับตรงบานประตูทำให้เขารู้...ว่าคนน่ารักของเขาไม่ได้หายไปไหน...
มือใหญ่เอื้อมบิดก่อนจะเปิดประตูออกอย่างแผ่วเบา...
คนช่างคิดกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่...ไม่รู้กระดาษเปียกๆแผ่นนั้นมันมีอะไรน่าสนใจนักหนา...
เรียวคิ้วเข้มเหนือสายตาคมที่กำลังจ้องมองผ่านประตูบานใหญ่ที่ถูกแง้มออกอย่างเงียบๆ...พันปมกันแน่นอย่างคนช่างสงสัย...
เนื้อตัวเปียกปอนค่อยแทรกกายก่อนก้าวเดินเบาๆโดยไร้เสียง...
หนึ่งก้าว...สองก้าว...สามก้าว...และสี่...
คนสวยที่หลับตาพริ้ม...คล้ายกำลังซึมซับอะไรบางอย่าง...ยังคงไม่รู้สึกตัว...
อ้อมแขนอุ่นภายใต้ร่างกายเย็นจัดค่อยโอบล้อม...ตระคองกอดคนเพ้อฝันอย่างแสนรัก...
นัยน์ตากลมโตที่หลับใหลอยู่ภายใต้เปลือกตาอ่อนบาง...เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจในการจู่โจมอย่างกะทันหันของคนตัวสูงที่กำลังแนบร่างอยู่ด้านหลัง...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไม...
“...เหม่ออะไรอยู่ครับเนี่ย...ยุนโฮอุตส่าห์เรียกหา...แต่ไม่เห็นคนน่ารักนั่งคอยอยากจะเจอเหมือนที่บ่นว่าคิดถึงเลย...
น้อยใจจังน้า...”
คนตัวสูงทำเสียงออดอ้อน...จนคนฟังยู่หน้าลงเพราะหมั่นไส้...
“...คิดถึงไง...ก็เนี่ย...นั่งเหม่อถึงแต่ยุนโฮ...ไม่รู้คนขี้น้อยใจแถวนี้มีใครชื่อยุนโฮมั่งหรือเปล่าน้า...?”
เสียงใสย้อน...แก้มใสแดงเรื่อ...ก่อนจะใช้มือขาวๆแปะเข้าที่หน้าตัวเอง...เป็นวิธีแก้เขินอย่างที่ชอบทำ...
คนตัวเล็กเบี่ยงตัวเล็กน้อย...แล้วใช้แผ่นหลังบางๆบังแผ่นกระดาษเล็กๆที่เขาใช้เวลาระหว่างในการรอเพื่อระบายอารมณ์...ให้พ้นสายตาของร่างสูง...
“...ไม่ไปอาบน้ำล่ะ...ตัวเปียกแบบนี้...เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก...ฉันขี้เกียจดูแลนายนะยุนโฮ...”
พูดเลี่ยงๆ...น่าอายจะตายถ้าให้หมีตัวโตมารู้ว่าเขาทำบ้าอะไรอยู่ได้ตั้งนาน...
“...อย่าคิดว่ารู้ไม่ทันน่า...ซ่อนอะไรไว้อีกล่ะสิ...”
เมื่อไหร่...อีตานี่จะเลิกรู้ไปซะทุกเรื่องเสียทีนะ...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...
แจจุงอมยิ้มเขินๆ...ก่อนมือเล็กๆจะเอื้อมหยิบกระดาษบางๆที่นอนสงบนิ่งทาบทับสมุดเล่มเก่าบนโต๊ะที่ถูกแผ่นหลังบางๆของเขาบดบังอยู่...
คนตัวโตคลายมือที่รัดเอวคอดเสียแน่น...ก่อนที่มันจะแผ่แบออกน้อยๆ...เตรียมรับของล้ำค่าที่คนตรงหน้าพยายามหลบซ่อนมันให้พ้นสายตาของเขา...
แผ่นกระดาษขนาดเอห้าเปื่อยยุ่ยจนขึ้นขุยถูกไล่สายตาสำรวจมันทีละน้อย...ทีละน้อย...
วงกลมใหญ่หนึ่งวง...ปรากฏแก่สายตา...
เส้นตรงแนวราบอีกสามสี่เส้น...ถูกเปิดเผยอีกอย่างละหน่อย...
เส้นโค้งๆ...ที่คนเขียนดูจะไม่ค่อยตั้งใจเท่าไหร่เรียกคิ้วหนาในเลิกขึ้นอีกนิด...
เส้นขนานแนวตั้งอีกหนึ่งคู่...กับเส้นตรงๆเดี่ยวๆอีกหนึ่งเส้นกำลังจุดรอยยิ้มไปทั่วใบหน้าคม...
ก่อนที่รอยหยดน้ำขนาดเท่าๆกับหยดแรกอีกหนึ่งวง...จะเรียกรอยจุมพิตหวานละมุนให้ไปประดับบนริมฝีปากบาง...
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...ฉันถึง...
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ริมหู...จุดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้อวลไปทั้งห้องกว้าง...
..
..
..
“...ที่แท้ก็คิดถึงจนทนไม่ไหวน่ะเอง...?”
“...บ้าน่า...หุบปากไปเลยนะ...”
“...แล้วคืนนี้จะทำให้หายเหงานะ...”
“...ใครเค้าพูดแบบนั้นกันเล่า...?”
“...แล้วจะรักจนเลิกคิดถึงทั้งคืนเลยแล้วกัน... >3<!...”
“...ไม่เอ๊า!!!!!!...”
..
..
..
..
..
..
ฝนตกแรงขึ้นอีกแล้วล่ะ...แต่ทำไมนะ...ฉันถึงไม่หนาวเลย...?
ENDING…
==================================
======================
เปนฟิกที่แปลกมั้ยคะ? ฮ่าๆ
มันไม่ค่อยดีอีกแล้ว...ขอโทษนะคะ ^^,,
เคยมีคนบอกว่า...อ่านฟิกเรากี่เรื่อง...ก้อไม่เข้าใจทุกที...
มันเปนนิสัยไปแล้วหละมั้งคะ...ทุกครั้งเราก้อแต่งออกมาได้เปนแบบนี้เรื่อย...มันแก้ไม่หายจริงๆ...ขอโทษด้วยนะคะ...
เรื่องนี้แต่งเพราะฝนตก...เราไม่ชอบหน้าฝนหรอกค่ะ...เพราะว่ามันเฉอะแฉะ...
แต่อีกใจ...เราชอบฟังเสียงฝนตก...ชอบกลิ่นดินชื้นๆ...มันเหงาๆดีน่ะค่ะ ^^
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย...ออกไปไหนก้อพกร่มกันด้วยนะคะ...เด๋วจะเปนหวัดกัน...เราเปนห่วงน้า...
ปล. แอบสปอยล์....
กำลังคิดจะทำโปรเจคร่วมกับน้อง ว. นามแฝง คซยฮ. คนแต่งแมวอ้วนหื่นๆ ==^ จะสำเร็จหรือไม่? สุดท้ายจะออกมาเปนแบบไหน? อย่าลืมรอติดตามกันด้วยนะคะ ^^,,
รักคนอ่านนะคะ...