ฟิกลาพักร้อนค่ะ ^^
เราคงจะหายหน้าไปรบสักพัก...ฝากฟิกเรื่องนี้...และเรื่องแปลอีกเรื่องนึงที่กำลังจะตามมาไว้ด้วยนะคะ >.<
คุยกันท้ายเรื่องค่ะ...!
ปล. เรื่องนี้แบคกราวนด์เปนประเทศญี่ปุ่นนะคะ...เพราะตอนแต่งฟัง เลิฟซอง ของ ลูน่าซี กับ ซูโตะ ฟูตาริเดะ ของ เกลย์ อยู่ แหะๆ -*-
Title: [SF] ……………..Tegami……………..
Author: ルーテェン--★--Luthien
Pairing: YUNHO x JAEJOONG
Genre: A/U
Rating: PG-13…
Warning: ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง เหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลในฟิกนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด อีกทั้งฟิกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love ขอให้ผู้อ่านพิจารณาก่อนนะคะ ^^
Note: tegami = จดหมาย...
วันที่หก...เดือนสอง...ปีxxxx
สวัสดี...แจจุง...
มันนานแล้วนะ...ที่ฉันเขียนจดหมายมาหานายแบบนี้...
นายนึกรำคาญมันบ้างหรือเปล่านะ...?
แต่เอาเถอะ...ต่อให้นายเบื่อ...ฉันก็คงจะยังเขียนมันต่อไปอยู่ดี...
ก็นิสัยช่างรั้นแบบนี้น่ะ...ฉันติดมันมาจากนายยังไงล่ะ...^^
นายอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง...?
จะร้องไห้คิดถึงฉันบ้างไหม...?
ฉันล่ะ...กลัวที่สุดเลย...ก็แจจุงน่ะ...ขี้เหงายิ่งกว่าใคร...
เพราะงั้น...ต่อให้ฉันยุ่งขนาดไหน...ก็ต้องหาเวลามาเขียนจดหมายให้นายอ่านแก้เหงาอยู่เรื่อย...
ฉันน่ารักขนาดไหน...นายคิดดูเอาเองแล้วกัน!
อ่านมาถึงตรงนี้...นายต้องอมยิ้มอยู่แน่ๆ ^^
ฉันน่ะ...หลงรักนาย...ก็เพราะรอยยิ้มสว่างไสวพวกนั้นนะ...รู้ไหม...?
ยิ้มอีกสิ...เอากว้างๆเลยนะ...นายไม่รู้หรอก...ว่ามันน่าดูกว่าตอนนายทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเป็นไหนๆ...
คนอะไรไม่รู้...ชอบดุฉันอยู่เรื่อยเลย...
ขอร้องล่ะ...ฉันอยากเห็นนายยิ้มกว้างๆตอนนี้ชะมัด...
ก็ฟันซี่เล็กๆของนาย...เห็นทีไรฉันอดหมันเขี้ยวไม่ได้ทุกที...
อ๊า...ฉันนี่ท่าจะโรคจิตขึ้นทุกวันนะ...ว่างั้นไหม?
ช่วยไม่ได้หรอกน้า...ก็ฉันดันชอบนายไปแล้วนี่นา...ฮ่าๆ...บอกรักกับจดหมายนี่เขินชะมัดเลย...
ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระล่ะ...
ทั้งที่ตอนนั้น...มันยังสูงแค่ปลายคางฉันเองนะ...ไม่น่าเชื่อว่าแค่สามปี...มันจะโตเร็วขนาดนี้...
ตอนนี้มันสูงได้เกือบสองเมตรแล้วล่ะ...เห็นไหม...นายผิดเองนะที่ไปสบประมาทมัน ^^
ตอนนี้ดอกมันบานเต็มต้นเลย...อยากให้นายมาเห็นชะมัด...
อ๊ะ...อย่าเพิ่งทำปากยื่นสิ...ก็นี่ล่ะ...เจ้าซากุระแคระต้นท้ายสุดถนนที่นายหัวเราะเยาะมันนั่นแหละ!
ดูท่า...มันคงจะโกรธที่นายชอบว่ามันว่าเจ้าเตี้ย...เลยรีบโตใหญ่เลย...
ว่าจะเก็บกลีบของมันใส่ซองส่งไปให้นายด้วย...แต่กลัวจะช้ำหมดจังเลย...
สงสัยคงต้องทับให้แห้งก่อนแล้วค่อยส่งจดหมายไปให้นายแน่ๆ...เพราะงั้นก็รอสักวันสองวันนะ...
หรือไม่งั้น...รอต่อไปอีกหน่อย...ไม่นานหรอก...แล้วฉันจะเอาไปให้นายเองกับมือ...
แจจุงอา...ฉันคิดถึงนายชะมัด...
สามปีแล้วนะ...ที่เราไม่ได้เจอกัน...
ถึงฉันจะเข้มแข็งขนาดไหน...แต่ทุกครั้งที่ดูภาพของเรา...น้ำตาฉันมันก็ไหลไม่หยุดเลย...
เมื่อไหร่จะได้เจอนายสักที...ปล่อยให้ฉันรอนานอย่างนี้...นิสัยไม่ดีเลยนะ...
นายคงด่าฉันอยู่ในใจแน่ๆ...ว่าโตจะตาย...ยังมาทำอ้อนเป็นเด็กๆ...
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา...ทำยังไงนายก็ไม่ยอมกลับมาหาฉันเองนี่...
แกล้งให้ฉันเหงาอยู่แบบนี้...ฉันก็น้อยใจเป็นนะ...
ฮ่าๆ...ช่างมันน่า...ฉันรู้หรอก...ว่านายเองก็อยากกลับมาซุกอกอุ่นๆของฉันใจจะขาด...
แต่นายมาไม่ได้จริงๆนี่นา...ฉันนี่งี่เง่าจริงอย่างที่นายบอกเลย...
นี่...เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะ...ฉันโดนอาจารย์เรียกไปพบด้วยล่ะ...
แน่นอน...มันไม่มีเรื่องอื่นหรอก...นายก็รู้นี่นา...
ฉันมันคนไม่เอาไหน...แถมยังงี่เง่าสุดๆอีกด้วย...ข้อนี้ฉันรู้ตัวน่า...ก็นายเล่นว่าฉันอยู่ทุกเช้าเย็น ^^
นายก็รู้...ฉันมันหัวไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร...
ใครจะไปเก่งแบบนายกันล่ะ...ไม่อ่านหนังสือก็ยังท็อปคลาสได้...
แต่ว่านะ...ถ้าหากว่าฉันไม่โดดติวพิเศษตอนเย็น...มันก็ต้องขาดงานน่ะสิ...
อีกอย่าง...งานพิเศษที่เลือกช่วงเวลาทำได้น่ะ...มันหาง่ายซะที่ไหนกัน...
แล้วฉันก็นึกไม่ถึงนี่นา...ว่าอาจารย์เขาจะเช็คชื่อด้วย...
ซวยชะมัด...รู้งี้น่าจะลอกข้อสอบเจ้าชางมินอีกสักสิบข้อ...อาจารย์จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างมารั้งตัวฉันไว้ T T
นายต้องหัวเราะเยาะฉันอยู่แหงๆ...
แต่...ทำไงได้...ฉันพยายามแล้วจริงๆนะ...
เพราะว่าเอาแต่คิดถึงนาย...สมาธิฉันมันก็หลุดลอยไปซะเฉยๆ...
นี่น่ะ...มันความผิดนายชัดๆ...หยุดหัวเราะไปเลย!
ฮ่าๆ...ไม่นอกเรื่องแล้ว...ก็มันอดหยอกนายไม่ได้นี่นา...
ใครใช้ให้นายเกิดมาน่ารักน่าแกล้งเล่า...ฉันก็ต้องอยากแกล้งเป็นธรรมดา...
ก็รอยยิ้มของนาย...มันคือความสุขของฉันนี่...
เพิ่งจะบอกไปไม่ใช่หรือไง...อย่าทำเป็นลืมสิ!
อาจารย์เรียกฉันไปถามน่ะ...ว่าตกลงฉันจะไปฝึกสอนที่ไหน...
อยากตอบไปใจจะขาด...ว่าที่ไหนก็ช่างเถอะ...
แค่มีนายอยู่ข้างๆ...ชีวิตฉันจะเป็นยังไงก็ไม่สนแล้ว...
แต่ใครจะไปกล้า...ดูหน้าอาจารย์คามุอิสิ...เป็นนาย...นายกล้าพูดแบบนั้นไหมล่ะ?
อ๊ะ...นั่นนายแอบยิ้มทำไม...เขินล่ะสิ...ยอมรับมาซะดีดี ^^
ฉันบอกไปว่าอยากไปสอนที่โทได...
แทนที่อาจารย์จะยิ้มรับแล้วบอกให้พยายาม...
ที่ไหนได้...กลับเอาสันแฟ้มเคาะหัวฉันแทบร้าวแน่ะ...
แถมพูดส่งท้าย...คะแนนอย่างฉัน...ให้ไปสอนฟิสิกส์เด็กมัธยมยังกลัวสอนผิดเลย...
แล้วประสาอะไรกับโทได...นั่นมันมหาวิทยาลัยแห่งโตเกียวเชียวนะ...!
มีหวังฉันต้องให้พวกน้องๆมาสอนฉันแทนแหงๆ...
โธ่...ก็ฉันไม่คิดว่าคะแนนอย่างฉัน...มันจะน่ารันทดขนาดนั้นนี่นา...
อะไรกัน...คะแนนฉันไม่เคยเกินที่สิบของรุ่นสักหน่อย...ก็แค่ช่วงสามปีสุดท้ายเท่านั้นแหละที่มันแย่ลงเรื่อยๆ...
แต่เอาเถอะ...ฉันน่ะ...ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...
จะได้ไปสอนที่ไหน...หรือจะโดนปรับตกมันเสียตั้งแต่ตอนนี้...
ยังไง...ฉันก็ยังจะเป็นยุนโฮที่รักแจจุงอยู่ดี ^^
นายต้องกำลังบ่นฉัน...แล้วหาว่าฉันบ้าอยู่แน่ๆเลย...
อ่า...ฉันมีเรื่องจะสารภาพล่ะแจจุง...
แต่ว่า...ถ้าฉันเล่าให้ฟังแล้ว...นายต้องสัญญานะว่าจะไม่ด่าฉันทีหลังน่ะ...
คือ...
เมื่อหลายวันก่อน...ฉันเผลอหลับที่ม้านั่งกลางสนามเด็กเล่นหลังโรงเรียนเก่าของเราสองคน...
นานเท่าไหร่ไม่รู้...เพราะพอฉันตื่นขึ้นมา...ก็โดนหยอดน้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว...
อ๊ะๆ...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ตอนนี้ฉันดีขึ้นเยอะแล้วนะ...
อย่างน้อย...ฉันก็มีแรงเดินไหว...มือก็ยังขยับได้อยู่...
ฉันแค่เป็นปอดบวมน่า...ไม่ได้พิการทั้งตัว...เพราะงั้นอย่าห่วงไปเลย...
ฉันยังสบายดีอยู่...ไม่งั้นจะมานั่งเขียนจดหมายหานายแบบนี้ได้ยังไงกัน... ^^
นายคงสงสัย...ว่าทำไมฉันถึงไปหลับอยู่ที่สนามเก่าๆนั่นได้...
ก็บอกแล้วไง...ว่าฉันคิดถึงนาย...
พอเลิกงานพิเศษ...ฉันก็เดินไปเรื่อยๆ...
รู้ตัวอีกที...ขาฉันมันก็พามาหยุดอยู่ที่ม้านั่งตัวนั้นแล้วล่ะ...
นายคงยังไม่ลืม...แน่ล่ะ...เพราะนายไม่มีทางลืมมันแน่ๆ...
ฮ่าๆ...ก็จูบแรกของนาย...ฉันขโมยมันมาได้ตอนที่นายนั่งเหม่อบนม้านั่งเก่าๆตัวนั้น...
อ๊า...หน้าแดงเลยล่ะสิ...ไม่คิดว่าฉันจะพูดถึงมันใช่ม้า...?
ช่วยไม่ได้...ก็ฉันขี้เกียจอธิบายนายทีหลัง...เลยชิงเล่าทุกอย่างให้หมดไปก่อนเลยไง ^^
ฉันฉลาดล่ะสิ...?
นี่...นายรู้ไหม...?
บางทีฉันก็นึกเสียดาย...ที่วันนั้นมีคนพาฉันไปส่งโรงพยาบาล...
นายต้องด่าฉันว่าโรคจิตแหงเลย...
แต่ฉันแค่คิดตื้นๆ...ว่าบางที...ถ้าฉันป่วยมากๆ...นายจะกลับมาดูใจฉัน...
ทำไม...ถึงรอดมาได้นะ...?
อาจฟังดูโง่ๆนะ...
แต่ฉันก็คิดแบบนั้นจริงๆ...
นายไม่รู้หรอก...ว่าการรอคอยอย่างไร้จุดหมายมันทรมานขนาดไหน...
หรือบางที...นายก็อาจจะรู้...เพราะนายเอง...ก็ไม่ได้อยากให้ฉันรอแบบนี้...
ใช่ไหม...แจจุง...?
ก็บอกแล้วไง...ฉันมันงี่เง่า...แถมยังทึ่มอีกต่างหาก...
ฉันฟังนายว่าจนปากเปียกปากแฉะ...แต่ก็ยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้สักที...
แต่ฉันมันเป็นอย่างนี้...นายก็ยังอุตส่าห์รักนี่นะ...
ฉันรอนายทุกวัน...รอว่าสักวัน...จะพานายเดินใต้ต้นซากุระที่บานสะพรั่งอย่างตอนนี้...
ทั้งที่สัญญาไว้แล้ว...ฉันก็ยังไม่ได้ทำตามสัญญาสักที...
นี่...รีบกลับมาได้แล้วนะ...
ดอกซากุระมันบานรอนายกันเกือบหมดแล้วล่ะ...
ฉันยังรอนายมาจูบฉันอยู่นะ...รักของเรามันจะได้เป็นนิรันดร์เหมือนอย่างในตำนานไง...
แจจุงอา...
วันนี้ฉันเขียนจดหมายยาวนะ...ว่างั้นไหม...?
ดูจั่วหัวสิ...ว่าวันนี้วันอะไร...?
อย่าบอกว่าจำไม่ได้ล่ะ...ฉันไม่ยักรู้ว่านายมีญาติเป็นปลาทอง...
นายคงกำลังยิ้ม...แล้วพูดว่า... “ยุนโฮบ้า...สุขสันต์วันเกิดนะ”...
แต่มันคงดีกว่านั้น...ถ้านายจะมาพูดอยู่ข้างๆหูฉัน...
นายไม่รู้หรอก...ว่าฉันเกลียดวันเกิดตัวเองชะมัด...
ยิ่งวันเกิด...ที่ฉันต้องอยู่คนเดียว...
แจจุงอา...ฉันร้องไห้อีกแล้วล่ะ...
เจ้าต้นซากุระก็เหมือนจะร้องไห้เป็นเพื่อนฉันด้วย...ดูสิ...กลีบมันร่วงแข่งกับน้ำตาฉันเลย...
พูดแบบนี้...นายต้องไม่สบายใจแน่ๆ...
แต่ฉันก็ทนเข้มแข็งต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน...
รู้ไหม...ทุกวันฉันต้องนอนกอดหมอนข้างเย็นๆ...มันไม่อุ่นเหมือนตัวนายสักนิด...
ฉันไปเรียนสายแทบทุกวัน...ไม่รู้ทำไมเสียงนาฬิกาดิจิตอลมันไม่เห็นเร้าใจเหมือนเสียงแหลมๆของนาย...
ฉันผอมลงตั้งเยอะ...จนยูชอนมันเรียกฉันว่าหมีอดอยากด้วยล่ะ...ก็ฉันไม่มีน้ำผึ้งหวานๆอย่างแจจุงให้กินนี่...
ขนาดว่า...ฉันจะทอดไข่...มันก็ยังไหม้เหมือนเดิม...
แน่ล่ะ...ก็ไม่มีนายคอยทำให้กินนี่นา...
ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลยล่ะ...แจจุง...
ตั้งแต่ไม่มีนายอยู่...
ข้างๆฉัน...มันก็ว่างเปล่า...แล้วก็ดูมืดมนชะมัด...ใครๆก็พูดแบบนั้น...
ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้สักหน่อย...แต่ฉันฝืนไม่ได้...นายก็น่าจะรู้...
ฉันอยากย้อนเวลากลับไป...
ย้อนไปวันเกิดตัวเองเมื่อสามปีก่อน...
วันเกิดที่นายอยู่เคียงข้างฉัน...
ฉันยังจำได้ดี...เราเดินจับมือกัน...
สิบเอ็ดวันนับจากที่นายยอมเป็นแฟนฉัน...
นายยิ้ม...นายหัวเราะ...นายมีความสุข...
ฉันเองก็ยิ้ม...ฉันหัวเราะ...ก็ฉันดีใจ...ที่เห็นนายมีความสุข...
นายลากฉันออกจากบ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังอยู่ริมๆขอบฟ้าอยู่เลย...
พาฉันมานั่งใต้ต้นซากุระเตี้ยๆ...ที่ยังไม่มีดอกให้เห็นเลยสักดอก...
ก็มันยังเล็กอยู่...นายว่าอย่างนั้น...
แต่นายก็เลือกที่นั่งอยู่ตรงนี้...ใต้เจ้าเตี้ยที่นายบอกว่า...สักวันดอกของมันจะต้องสวยที่สุด...
นายบอกให้ฉันหลับตา...แล้วอธิษฐานในใจ...
นายสัญญาว่า...มันจะเป็นวันเกิดที่ฉันจะไม่มีวันลืม...
แจจุง...รู้หรือเปล่า...จากวันนั้นจนวันนี้...
วันเกิดครั้งนั้น...มันยังอยู่ในฝันของฉันแทบทุกคืน...
ตอนนี้...พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้วล่ะแจจุง...
พระจันทร์เองก็กำลังจะหายตามไปแล้วด้วย...
ฉันยังรอนายมาอวยพรวันเกิดปีนี้อยู่นะ...
ฉันคิดถึงนาย...อย่าทิ้งฉันไว้อย่างนี้...
ของขวัญวันเกิดของนายเมื่อปีนั้น...ยังนอนนิ่งอย่างเดียวดายอยู่ที่ข้อมือฉันอยู่เลย...
ปีนี้...ฉันรอให้นายเอาแหวนคู่อีกวงที่ฉันให้ไปเมื่อวันเกิดนายมาสวมให้มันอยู่เป็นเพื่อนสร้อยเส้นนี้อยู่นะ...
อย่าทิ้งฉันไว้...
กับสร้อยข้อมือเส้นนี้...ที่นายไปรับมันมาให้ฉัน...
กับความทรงจำที่รถเบนซ์สีขาวคันนั้น...พรากลมหายใจของนายไปจากฉันตลอดกาล...
รักและคิดถึงเสมอ...
ยุนโฮ...
กลีบซากุระที่โปรยปราย...
กำลังร่ำไห้...ไปกับใครบางคน...ที่นอนนิ่งไม่ไหวติง...
นี่...แจจุง...
ดีใจหรือเปล่า...?
ก็จดหมายฉบับนี้น่ะ...ฉันมอบให้นาย...
ด้วยมือของฉันเองนะ ^^
ENDING…
======================================
=====================
Talk:
จบไปอย่างเมาๆ...
สงสัยมั้ยคะ...? ว่าทำไมถึงเขียนว่าเปนวันเกิดยุนโฮ...
ฮ่าๆ...จริงๆ...พรุ่งนี้วันเกิดป่ะป๊าเราน่ะค่ะ ^^
มันแค่อยากจะแต่งฟิกวันเกิด...แต่ทำไมเปนฟิกเศร้าได้ -*- แอบงงเหมือนกัน...
ยังไงก้ออวยพรป่ะป๊า...มีความสุขมากๆน้า...อย่ากวนประสาทและหาเรื่องลูกคนนี้มากนักเลย...แหะ...
อีกอย่างจะชี้แจงค่ะ...
เราจะเอาฟิกแปลมาลงอีกเรื่อง...น่าจะเปนก่อนวันที่หก...รออ่านกันด้วยนะคะ ^^
แล้วหลังจากนั้น...ก้อจะลาพักยาวเลย แหะๆ ขอโทษทีนะคะ...
วันนี้ทอล์กยาวแล้ว...ไว้เจอกันฟิกเรื่องหน้าค่ะ ^^