2008/Apr/29

 

ฟิกลาพักร้อนค่ะ ^^

เราคงจะหายหน้าไปรบสักพัก...ฝากฟิกเรื่องนี้...และเรื่องแปลอีกเรื่องนึงที่กำลังจะตามมาไว้ด้วยนะคะ >.<

คุยกันท้ายเรื่องค่ะ...!

 

ปล. เรื่องนี้แบคกราวนด์เปนประเทศญี่ปุ่นนะคะ...เพราะตอนแต่งฟัง เลิฟซอง ของ ลูน่าซี กับ ซูโตะ ฟูตาริเดะ ของ เกลย์ อยู่ แหะๆ -*-

 

 

 

 

 

 

Title: [SF] ……………..Tegami……………..

Author: テェン----Luthien   

Pairing: YUNHO x JAEJOONG

Genre: A/U

Rating: PG-13…

Warning: ฟิกเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง เหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บุคคลในฟิกนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด อีกทั้งฟิกนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ boy’s love ขอให้ผู้อ่านพิจารณาก่อนนะคะ ^^

Note: tegami = จดหมาย...

 

 

 

 

 

วันที่หก...เดือนสอง...ปีxxxx

 

สวัสดี...แจจุง...

 

มันนานแล้วนะ...ที่ฉันเขียนจดหมายมาหานายแบบนี้...

นายนึกรำคาญมันบ้างหรือเปล่านะ...?

แต่เอาเถอะ...ต่อให้นายเบื่อ...ฉันก็คงจะยังเขียนมันต่อไปอยู่ดี...

ก็นิสัยช่างรั้นแบบนี้น่ะ...ฉันติดมันมาจากนายยังไงล่ะ...^^

 

นายอยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง...?

จะร้องไห้คิดถึงฉันบ้างไหม...?

ฉันล่ะ...กลัวที่สุดเลย...ก็แจจุงน่ะ...ขี้เหงายิ่งกว่าใคร...

เพราะงั้น...ต่อให้ฉันยุ่งขนาดไหน...ก็ต้องหาเวลามาเขียนจดหมายให้นายอ่านแก้เหงาอยู่เรื่อย...

ฉันน่ารักขนาดไหน...นายคิดดูเอาเองแล้วกัน!

 

อ่านมาถึงตรงนี้...นายต้องอมยิ้มอยู่แน่ๆ ^^

ฉันน่ะ...หลงรักนาย...ก็เพราะรอยยิ้มสว่างไสวพวกนั้นนะ...รู้ไหม...?

ยิ้มอีกสิ...เอากว้างๆเลยนะ...นายไม่รู้หรอก...ว่ามันน่าดูกว่าตอนนายทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเป็นไหนๆ...

คนอะไรไม่รู้...ชอบดุฉันอยู่เรื่อยเลย...

ขอร้องล่ะ...ฉันอยากเห็นนายยิ้มกว้างๆตอนนี้ชะมัด...

ก็ฟันซี่เล็กๆของนาย...เห็นทีไรฉันอดหมันเขี้ยวไม่ได้ทุกที...

อ๊า...ฉันนี่ท่าจะโรคจิตขึ้นทุกวันนะ...ว่างั้นไหม?

ช่วยไม่ได้หรอกน้า...ก็ฉันดันชอบนายไปแล้วนี่นา...ฮ่าๆ...บอกรักกับจดหมายนี่เขินชะมัดเลย...

 

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระล่ะ...

ทั้งที่ตอนนั้น...มันยังสูงแค่ปลายคางฉันเองนะ...ไม่น่าเชื่อว่าแค่สามปี...มันจะโตเร็วขนาดนี้...

ตอนนี้มันสูงได้เกือบสองเมตรแล้วล่ะ...เห็นไหม...นายผิดเองนะที่ไปสบประมาทมัน ^^

ตอนนี้ดอกมันบานเต็มต้นเลย...อยากให้นายมาเห็นชะมัด...

อ๊ะ...อย่าเพิ่งทำปากยื่นสิ...ก็นี่ล่ะ...เจ้าซากุระแคระต้นท้ายสุดถนนที่นายหัวเราะเยาะมันนั่นแหละ!

ดูท่า...มันคงจะโกรธที่นายชอบว่ามันว่าเจ้าเตี้ย...เลยรีบโตใหญ่เลย...

 

ว่าจะเก็บกลีบของมันใส่ซองส่งไปให้นายด้วย...แต่กลัวจะช้ำหมดจังเลย...

สงสัยคงต้องทับให้แห้งก่อนแล้วค่อยส่งจดหมายไปให้นายแน่ๆ...เพราะงั้นก็รอสักวันสองวันนะ...

 

หรือไม่งั้น...รอต่อไปอีกหน่อย...ไม่นานหรอก...แล้วฉันจะเอาไปให้นายเองกับมือ...

 

แจจุงอา...ฉันคิดถึงนายชะมัด...

สามปีแล้วนะ...ที่เราไม่ได้เจอกัน...

ถึงฉันจะเข้มแข็งขนาดไหน...แต่ทุกครั้งที่ดูภาพของเรา...น้ำตาฉันมันก็ไหลไม่หยุดเลย...

เมื่อไหร่จะได้เจอนายสักที...ปล่อยให้ฉันรอนานอย่างนี้...นิสัยไม่ดีเลยนะ...

 

นายคงด่าฉันอยู่ในใจแน่ๆ...ว่าโตจะตาย...ยังมาทำอ้อนเป็นเด็กๆ...

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา...ทำยังไงนายก็ไม่ยอมกลับมาหาฉันเองนี่...

แกล้งให้ฉันเหงาอยู่แบบนี้...ฉันก็น้อยใจเป็นนะ...

ฮ่าๆ...ช่างมันน่า...ฉันรู้หรอก...ว่านายเองก็อยากกลับมาซุกอกอุ่นๆของฉันใจจะขาด...

แต่นายมาไม่ได้จริงๆนี่นา...ฉันนี่งี่เง่าจริงอย่างที่นายบอกเลย...

 

นี่...เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะ...ฉันโดนอาจารย์เรียกไปพบด้วยล่ะ...

แน่นอน...มันไม่มีเรื่องอื่นหรอก...นายก็รู้นี่นา...

ฉันมันคนไม่เอาไหน...แถมยังงี่เง่าสุดๆอีกด้วย...ข้อนี้ฉันรู้ตัวน่า...ก็นายเล่นว่าฉันอยู่ทุกเช้าเย็น ^^

นายก็รู้...ฉันมันหัวไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร...

ใครจะไปเก่งแบบนายกันล่ะ...ไม่อ่านหนังสือก็ยังท็อปคลาสได้...

แต่ว่านะ...ถ้าหากว่าฉันไม่โดดติวพิเศษตอนเย็น...มันก็ต้องขาดงานน่ะสิ...

อีกอย่าง...งานพิเศษที่เลือกช่วงเวลาทำได้น่ะ...มันหาง่ายซะที่ไหนกัน...

แล้วฉันก็นึกไม่ถึงนี่นา...ว่าอาจารย์เขาจะเช็คชื่อด้วย...

ซวยชะมัด...รู้งี้น่าจะลอกข้อสอบเจ้าชางมินอีกสักสิบข้อ...อาจารย์จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างมารั้งตัวฉันไว้ T T

 

นายต้องหัวเราะเยาะฉันอยู่แหงๆ...

แต่...ทำไงได้...ฉันพยายามแล้วจริงๆนะ...

เพราะว่าเอาแต่คิดถึงนาย...สมาธิฉันมันก็หลุดลอยไปซะเฉยๆ...

นี่น่ะ...มันความผิดนายชัดๆ...หยุดหัวเราะไปเลย!

 

ฮ่าๆ...ไม่นอกเรื่องแล้ว...ก็มันอดหยอกนายไม่ได้นี่นา...

ใครใช้ให้นายเกิดมาน่ารักน่าแกล้งเล่า...ฉันก็ต้องอยากแกล้งเป็นธรรมดา...

ก็รอยยิ้มของนาย...มันคือความสุขของฉันนี่...

เพิ่งจะบอกไปไม่ใช่หรือไง...อย่าทำเป็นลืมสิ!

 

อาจารย์เรียกฉันไปถามน่ะ...ว่าตกลงฉันจะไปฝึกสอนที่ไหน...

อยากตอบไปใจจะขาด...ว่าที่ไหนก็ช่างเถอะ...

แค่มีนายอยู่ข้างๆ...ชีวิตฉันจะเป็นยังไงก็ไม่สนแล้ว...

แต่ใครจะไปกล้า...ดูหน้าอาจารย์คามุอิสิ...เป็นนาย...นายกล้าพูดแบบนั้นไหมล่ะ?

 

อ๊ะ...นั่นนายแอบยิ้มทำไม...เขินล่ะสิ...ยอมรับมาซะดีดี ^^

 

ฉันบอกไปว่าอยากไปสอนที่โทได...

แทนที่อาจารย์จะยิ้มรับแล้วบอกให้พยายาม...

ที่ไหนได้...กลับเอาสันแฟ้มเคาะหัวฉันแทบร้าวแน่ะ...

แถมพูดส่งท้าย...คะแนนอย่างฉัน...ให้ไปสอนฟิสิกส์เด็กมัธยมยังกลัวสอนผิดเลย...

แล้วประสาอะไรกับโทได...นั่นมันมหาวิทยาลัยแห่งโตเกียวเชียวนะ...!

มีหวังฉันต้องให้พวกน้องๆมาสอนฉันแทนแหงๆ...

 

โธ่...ก็ฉันไม่คิดว่าคะแนนอย่างฉัน...มันจะน่ารันทดขนาดนั้นนี่นา...

อะไรกัน...คะแนนฉันไม่เคยเกินที่สิบของรุ่นสักหน่อย...ก็แค่ช่วงสามปีสุดท้ายเท่านั้นแหละที่มันแย่ลงเรื่อยๆ...

 

แต่เอาเถอะ...ฉันน่ะ...ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...

จะได้ไปสอนที่ไหน...หรือจะโดนปรับตกมันเสียตั้งแต่ตอนนี้...

ยังไง...ฉันก็ยังจะเป็นยุนโฮที่รักแจจุงอยู่ดี ^^

 

นายต้องกำลังบ่นฉัน...แล้วหาว่าฉันบ้าอยู่แน่ๆเลย...

 

อ่า...ฉันมีเรื่องจะสารภาพล่ะแจจุง...

แต่ว่า...ถ้าฉันเล่าให้ฟังแล้ว...นายต้องสัญญานะว่าจะไม่ด่าฉันทีหลังน่ะ...

คือ...

เมื่อหลายวันก่อน...ฉันเผลอหลับที่ม้านั่งกลางสนามเด็กเล่นหลังโรงเรียนเก่าของเราสองคน...

นานเท่าไหร่ไม่รู้...เพราะพอฉันตื่นขึ้นมา...ก็โดนหยอดน้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว...

 

อ๊ะๆ...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ตอนนี้ฉันดีขึ้นเยอะแล้วนะ...

อย่างน้อย...ฉันก็มีแรงเดินไหว...มือก็ยังขยับได้อยู่...

ฉันแค่เป็นปอดบวมน่า...ไม่ได้พิการทั้งตัว...เพราะงั้นอย่าห่วงไปเลย...

 

ฉันยังสบายดีอยู่...ไม่งั้นจะมานั่งเขียนจดหมายหานายแบบนี้ได้ยังไงกัน... ^^

 

นายคงสงสัย...ว่าทำไมฉันถึงไปหลับอยู่ที่สนามเก่าๆนั่นได้...

ก็บอกแล้วไง...ว่าฉันคิดถึงนาย...

พอเลิกงานพิเศษ...ฉันก็เดินไปเรื่อยๆ...

รู้ตัวอีกที...ขาฉันมันก็พามาหยุดอยู่ที่ม้านั่งตัวนั้นแล้วล่ะ...

 

นายคงยังไม่ลืม...แน่ล่ะ...เพราะนายไม่มีทางลืมมันแน่ๆ...

ฮ่าๆ...ก็จูบแรกของนาย...ฉันขโมยมันมาได้ตอนที่นายนั่งเหม่อบนม้านั่งเก่าๆตัวนั้น...

 

อ๊า...หน้าแดงเลยล่ะสิ...ไม่คิดว่าฉันจะพูดถึงมันใช่ม้า...?

ช่วยไม่ได้...ก็ฉันขี้เกียจอธิบายนายทีหลัง...เลยชิงเล่าทุกอย่างให้หมดไปก่อนเลยไง ^^

ฉันฉลาดล่ะสิ...?

 

นี่...นายรู้ไหม...?

บางทีฉันก็นึกเสียดาย...ที่วันนั้นมีคนพาฉันไปส่งโรงพยาบาล...

นายต้องด่าฉันว่าโรคจิตแหงเลย...

แต่ฉันแค่คิดตื้นๆ...ว่าบางที...ถ้าฉันป่วยมากๆ...นายจะกลับมาดูใจฉัน...

 

ทำไม...ถึงรอดมาได้นะ...?

 

อาจฟังดูโง่ๆนะ...

แต่ฉันก็คิดแบบนั้นจริงๆ...

นายไม่รู้หรอก...ว่าการรอคอยอย่างไร้จุดหมายมันทรมานขนาดไหน...

หรือบางที...นายก็อาจจะรู้...เพราะนายเอง...ก็ไม่ได้อยากให้ฉันรอแบบนี้...

ใช่ไหม...แจจุง...?

 

ก็บอกแล้วไง...ฉันมันงี่เง่า...แถมยังทึ่มอีกต่างหาก...

ฉันฟังนายว่าจนปากเปียกปากแฉะ...แต่ก็ยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้สักที...

แต่ฉันมันเป็นอย่างนี้...นายก็ยังอุตส่าห์รักนี่นะ...

 

ฉันรอนายทุกวัน...รอว่าสักวัน...จะพานายเดินใต้ต้นซากุระที่บานสะพรั่งอย่างตอนนี้...

ทั้งที่สัญญาไว้แล้ว...ฉันก็ยังไม่ได้ทำตามสัญญาสักที...

 

นี่...รีบกลับมาได้แล้วนะ...

ดอกซากุระมันบานรอนายกันเกือบหมดแล้วล่ะ...

ฉันยังรอนายมาจูบฉันอยู่นะ...รักของเรามันจะได้เป็นนิรันดร์เหมือนอย่างในตำนานไง...

 

แจจุงอา...

วันนี้ฉันเขียนจดหมายยาวนะ...ว่างั้นไหม...?

ดูจั่วหัวสิ...ว่าวันนี้วันอะไร...?

อย่าบอกว่าจำไม่ได้ล่ะ...ฉันไม่ยักรู้ว่านายมีญาติเป็นปลาทอง...

 

นายคงกำลังยิ้ม...แล้วพูดว่า... ยุนโฮบ้า...สุขสันต์วันเกิดนะ...

 

แต่มันคงดีกว่านั้น...ถ้านายจะมาพูดอยู่ข้างๆหูฉัน...

 

นายไม่รู้หรอก...ว่าฉันเกลียดวันเกิดตัวเองชะมัด...

ยิ่งวันเกิด...ที่ฉันต้องอยู่คนเดียว...

 

แจจุงอา...ฉันร้องไห้อีกแล้วล่ะ...

เจ้าต้นซากุระก็เหมือนจะร้องไห้เป็นเพื่อนฉันด้วย...ดูสิ...กลีบมันร่วงแข่งกับน้ำตาฉันเลย...

พูดแบบนี้...นายต้องไม่สบายใจแน่ๆ...

แต่ฉันก็ทนเข้มแข็งต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน...

 

รู้ไหม...ทุกวันฉันต้องนอนกอดหมอนข้างเย็นๆ...มันไม่อุ่นเหมือนตัวนายสักนิด...

ฉันไปเรียนสายแทบทุกวัน...ไม่รู้ทำไมเสียงนาฬิกาดิจิตอลมันไม่เห็นเร้าใจเหมือนเสียงแหลมๆของนาย...

ฉันผอมลงตั้งเยอะ...จนยูชอนมันเรียกฉันว่าหมีอดอยากด้วยล่ะ...ก็ฉันไม่มีน้ำผึ้งหวานๆอย่างแจจุงให้กินนี่...

ขนาดว่า...ฉันจะทอดไข่...มันก็ยังไหม้เหมือนเดิม...

แน่ล่ะ...ก็ไม่มีนายคอยทำให้กินนี่นา...

 

ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลยล่ะ...แจจุง...

ตั้งแต่ไม่มีนายอยู่...

 

ข้างๆฉัน...มันก็ว่างเปล่า...แล้วก็ดูมืดมนชะมัด...ใครๆก็พูดแบบนั้น...

ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้สักหน่อย...แต่ฉันฝืนไม่ได้...นายก็น่าจะรู้...

 

ฉันอยากย้อนเวลากลับไป...

ย้อนไปวันเกิดตัวเองเมื่อสามปีก่อน...

วันเกิดที่นายอยู่เคียงข้างฉัน...

 

ฉันยังจำได้ดี...เราเดินจับมือกัน...

สิบเอ็ดวันนับจากที่นายยอมเป็นแฟนฉัน...

 

นายยิ้ม...นายหัวเราะ...นายมีความสุข...

ฉันเองก็ยิ้ม...ฉันหัวเราะ...ก็ฉันดีใจ...ที่เห็นนายมีความสุข...

 

นายลากฉันออกจากบ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังอยู่ริมๆขอบฟ้าอยู่เลย...

พาฉันมานั่งใต้ต้นซากุระเตี้ยๆ...ที่ยังไม่มีดอกให้เห็นเลยสักดอก...

ก็มันยังเล็กอยู่...นายว่าอย่างนั้น...

แต่นายก็เลือกที่นั่งอยู่ตรงนี้...ใต้เจ้าเตี้ยที่นายบอกว่า...สักวันดอกของมันจะต้องสวยที่สุด...

นายบอกให้ฉันหลับตา...แล้วอธิษฐานในใจ...

นายสัญญาว่า...มันจะเป็นวันเกิดที่ฉันจะไม่มีวันลืม...

 

แจจุง...รู้หรือเปล่า...จากวันนั้นจนวันนี้...

วันเกิดครั้งนั้น...มันยังอยู่ในฝันของฉันแทบทุกคืน...

 

ตอนนี้...พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้วล่ะแจจุง...

พระจันทร์เองก็กำลังจะหายตามไปแล้วด้วย...

 

ฉันยังรอนายมาอวยพรวันเกิดปีนี้อยู่นะ...

ฉันคิดถึงนาย...อย่าทิ้งฉันไว้อย่างนี้...

 

ของขวัญวันเกิดของนายเมื่อปีนั้น...ยังนอนนิ่งอย่างเดียวดายอยู่ที่ข้อมือฉันอยู่เลย...

ปีนี้...ฉันรอให้นายเอาแหวนคู่อีกวงที่ฉันให้ไปเมื่อวันเกิดนายมาสวมให้มันอยู่เป็นเพื่อนสร้อยเส้นนี้อยู่นะ...

 

อย่าทิ้งฉันไว้...

กับสร้อยข้อมือเส้นนี้...ที่นายไปรับมันมาให้ฉัน...

 

 

 

 

 

 

กับความทรงจำที่รถเบนซ์สีขาวคันนั้น...พรากลมหายใจของนายไปจากฉันตลอดกาล...

 

รักและคิดถึงเสมอ...

 

ยุนโฮ...

 

 

 

กลีบซากุระที่โปรยปราย...

กำลังร่ำไห้...ไปกับใครบางคน...ที่นอนนิ่งไม่ไหวติง...

 

 

 

 

 

 

 

นี่...แจจุง...

ดีใจหรือเปล่า...?

 

ก็จดหมายฉบับนี้น่ะ...ฉันมอบให้นาย...

ด้วยมือของฉันเองนะ ^^

 

 

 

 

ENDING…

 

======================================

=====================

 

 

Talk:

จบไปอย่างเมาๆ...

สงสัยมั้ยคะ...? ว่าทำไมถึงเขียนว่าเปนวันเกิดยุนโฮ...

ฮ่าๆ...จริงๆ...พรุ่งนี้วันเกิดป่ะป๊าเราน่ะค่ะ ^^

มันแค่อยากจะแต่งฟิกวันเกิด...แต่ทำไมเปนฟิกเศร้าได้ -*- แอบงงเหมือนกัน...

ยังไงก้ออวยพรป่ะป๊า...มีความสุขมากๆน้า...อย่ากวนประสาทและหาเรื่องลูกคนนี้มากนักเลย...แหะ...

 

อีกอย่างจะชี้แจงค่ะ...

เราจะเอาฟิกแปลมาลงอีกเรื่อง...น่าจะเปนก่อนวันที่หก...รออ่านกันด้วยนะคะ ^^

แล้วหลังจากนั้น...ก้อจะลาพักยาวเลย แหะๆ ขอโทษทีนะคะ...

 

วันนี้ทอล์กยาวแล้ว...ไว้เจอกันฟิกเรื่องหน้าค่ะ ^^

 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอิ่ม....เหมือนโดนหลอกให้อ่านเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตายังไงไม่รู้แหะsad smile

ตอนแรกๆๆอ่านไปยิ้มไป เพราะยุนโฮน่ารักมากเลย แต่พออ่านไปอ่านมาเริ่มทะแม่งๆๆยังไงไม่รู้ อารมณ์แบบมันต้องเกิดอะไรกับแจจุงแน่ๆๆ แต่พยายามคิดในแง่ดี ไม่มีอะไรรอกมั้ง - -"

พอใกล้ๆจบยิ่งอารมณ์มืดมนเข้าไปอีก -- -- แล้วพอตอนจบก็แบบว่า ง่า...นะ -*-

สงสารยุนโฮค่ะ การที่ต้องอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้เนี่ย มันช่างเหงาแล้วก็มืดมนเหลือเกินนะค่ะ

อ่า..เจอฟิคเศร้าๆๆแบบนี้แล้ว เฮ้อออออออ
#1  by  KiHae Holic :: Super Concert --> Super Show ^^ At 2008-04-30 11:01, 
เศร้ามากร้องให้เลยว่าเเล้วอ่านเเล้วมันเม่งเม่งสรุปยุนอยู่คนเดียวเหรอสงสารยุนมักมักเลยอะ เเต่แต่งได้เศร้ามากโดนใจมาก
#2  by  jinhun (118.174.110.86) At 2008-04-30 11:41, 
เอ่อ..ทำไมจบเศร้าเงี้ยอ่ะ
นึกแล้วเชียวว่าใครมันจะไม่ยอมเจอหน้ากันตั้ง 3 ปี ใช่มั้ย ต่อให้อยู่ไกลกันแค่ไหนก็ต้องหาโอกาสมาเจอกันบ้าง
นอกซะจากว่าอีกคนจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว
...แง สงสารยุน
#3  by  คิมแชยอน At 2008-04-30 17:42, 
ขอไม่เศร้าได้มั๊ยค่ะ
เพราะยุนโฮ เอาจดหมายไปให้แจจุง ถึงมือแล้วไง...
#4  by  pure_ka (58.9.236.85) At 2008-05-07 20:31, 
ตอนเเรกอ่านก็เเบบว่า อ๊า น่ารักจังเลย ><

เเต่พออ่านมาถึงตอนจบ อยู่ดีๆก็เศร้าเเบบสุดๆ

จนน้ำตาไหลเป็นทางเลยค่ะ

เเล้วพอรู้ตอนจบเเล้วก็ลองกลับไปอ่านตั้งเเต่ตนใหม่

น้ำตายิ่งเเตกใหญ่เลย จนตอนนี้ยังไหลไม่หยุด เห๊อะๆ

ฟิคเรื่องนี้มันเศร้า~~~~~ โฮกกก TT[]TT

คนเเต่งเก่งมากๆเลยค่ะ
#5  by  kinkilaz (125.25.151.116) At 2008-05-13 10:12, 

<< Home